เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่กองเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความ พาพยาน 2 ราย เข้าให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวน กรณีอ้างว่าเคยเข้าร่วมเรียนการเทรด Forex กับบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “โค้ชเจมส์ All in” ซึ่งก่อนหน้านี้ดีเอสไอเคยแถลงว่าอยู่ในกลุ่มบุคคลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่าย Forex ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า การนำพยานมาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนให้มีความครบถ้วน โดยในอนาคต หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติม บุคคลดังกล่าวอาจมีสถานะเป็นผู้เสียหายได้ ทั้งนี้เป็นไปตามดุลพินิจของพนักงานสอบสวน
นายวิฑูรย์ ยังระบุว่า ได้มอบข้อมูลเกี่ยวกับโบรกเกอร์ต่างชาติแห่งหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า QRS Global ให้ดีเอสไอตรวจสอบเพิ่มเติม โดยอ้างว่าได้รับเอกสารเกี่ยวกับคำสั่งศาลในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว รวมถึงข้อมูลการรับชำระเงินผ่านระบบ Payment Gateway ซึ่งเห็นว่าควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
ส่วนประเด็นที่ผู้ลงทุนเป็นผู้ตัดสินใจกดคำสั่งซื้อขายด้วยตนเองนั้น นายวิฑูรย์เห็นว่า จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงในหลายด้าน รวมถึงระบบที่ใช้ในการลงทุน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรอผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
ด้านพยานทั้ง 2 ราย ให้ข้อมูลว่า เดิมมีประสบการณ์ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนจะรู้จัก “โค้ชเจมส์ All in” ผ่านการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการลงทุนในตลาด Forex และตัดสินใจเข้าร่วมสัมมนา รวมถึงเปิดบัญชีลงทุนและเข้าร่วมกลุ่มสื่อสารออนไลน์สำหรับผู้เรียน
พยานอ้างว่า ภายในกิจกรรมมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุน รวมถึงมีการสาธิตการเทรด และชักชวนให้สมาชิกเพิ่มเงินลงทุนเพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์ในแต่ละระดับของกลุ่ม อย่างไรก็ตาม หลังลงทุนต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี ได้ประสบภาวะขาดทุน รวมมูลค่าประมาณ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 100,000 บาท ก่อนตัดสินใจยุติการลงทุน
พยานยังอ้างว่า การเติมเงินเข้าระบบเป็นการโอนผ่านคิวอาร์โค้ดไปยังบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง และเชื่อว่าผู้แนะนำการลงทุนได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชันจากการเปิดบัญชีของสมาชิก อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อมูลจากคำให้การของพยาน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน
ทั้งนี้ พยานระบุว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากกังวลว่าพยานหลักฐานที่มีอาจยังไม่เพียงพอ และเห็นว่าตนเองเป็นผู้ตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง จึงเลือกเข้ามาให้ข้อมูลกับดีเอสไอเพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีต่อไป



