เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา มีการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด และการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตลอดจนกลไกผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ เข้าร่วมประชุม

นายโสภณ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ กับฝ่ายบริหารจับมือกันแก้ปัญหายาเสพติดระดับประเทศ โดยนำผู้ปฏิบัติที่ลงไปแก้ปัญหา มาหารือว่าปัญหาเกิดจากอะไร ตนทำเรื่องยาเสพติดมา 3 ปีแล้ว จนได้ข้อสรุป 4 กระบวนการ 1.กระบวนการป้องกันไม่ให้กลับไปเสพซ้ำ กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยหลักดำเนินการ กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุน 2.กระบวนการบำบัดรักษาฟื้นฟู กระทรวงสาธารณสุขหน่วยหลักดำเนินการ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจฯ สนับสนุน

3.กระบวนการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม หน่วยงานหลักดำเนินการ โดยเพิ่มกระทรวงกลาโหมเข้ามาร่วมกระบวนการ และ 4.กระบวนการแก้กฎหมาย โดยในการประชุมจะนำกฎหมายทั้งหมดที่ตนมอบหมายให้คณะทำงานยกร่าง แล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูว่าครบถ้วนหรือยัง จะแก้ไขประเด็นไหน เพื่อจะนำไปสู่การยกร่างกฎหมาย โดยจะเร่งจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมหน้า

เมื่อถามว่า กฎหมายที่ยกร่างจะนำกฎหมายที่มีอยู่มาปรับปรุงใหม่ หรือเป็นกฎหมายฉบับใหม่ นายโสภณ กล่าวว่า นำมาปรับปรุงใหม่ ร่างกฎหมายฉบับเดียวแก้หลายฉบับ ดังนั้นจะให้เป็นกฎหมายฉบับบูรณาการ โดยแก้เรื่องอำนาจหน้าที่ต่างๆ จำนวนการเสพ ผู้ป่วยต่างๆ เป็นต้น จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในวันนี้ คาดว่าในปี 2571 จะสามารถจัดงบประมาณเรื่องยาเสพติดให้ตรงและบูรณาการร่วมกันกับหลายกระทรวงได้ เพราะขณะนี้การจัดงบประมาณเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด ยังสะเปะสะปะอยู่ในหลายกระทรวง

เมื่อถามว่า จะตรวจปัสสาวะ สส. หายาเสพติดหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ตนมีข้อคิดว่า พระถ้าจะขึ้นธรรมาสน์เท้าต้องสะอาดก่อน ถ้าฝ่ายนิติบัญญัติจะออกมาพูดเรื่องนี้ ตัวเองต้องปลอดภัยก่อน ที่ผ่านมาตอนที่ตนจับตำรวจสภาตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบว่ามีปัญหาอยู่ 1ราย คือ เบื้องต้นเจอสารมอร์ฟีน พอส่งไปตรวจกับกระทรวงสาธารณสุข ก็พบว่าตรงกับคำชี้แจง คือมาจากการรับประทานยา ขั้นตอนต่อไปจะมีการตรวจพนักงานลูกจ้างเหมาทั้งหมด แต่เราเชื่อว่า สส. ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ต้องตรวจปัสสาวะ