สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ว่านายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงหลังเสร็จสิ้นการพบหารือกับคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน ผ่านคนกลางคือปากีสถานและกาตาร์ ที่รีสอร์ทในเมืองบัวร์เกินชต็อก ทางตอนกลางของสวิตเซอร์แลนด์ ว่าเป็นการเจรจาทางเทคนิคซึ่งมีความคืบหน้าสำคัญใน 4 ประการ


รองผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ประการแรก คือ “ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว” โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันจัดตั้งกลไกประสานงาน สำหรับปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางทะเล และการฟื้นฟูการค้าระหว่างประเทศ


ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนเจรจายังพยายามจัดตั้ง “กลไกในลักษณะเดียวกัน” สำหรับการลดความตึงเครียดภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งทางทหารลุกลาม โดยเฉพาะในเลบานอน ซึ่งตอนนี้เป็นประเด็นสำคัญของการเจรจา


นายเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ สนทนากับนายจาเร็ด คุชเนอร์ ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน ที่รีสอร์ทในเมืองบัวร์เกินชต็อก ทางตอนกลางของสวิตเซอร์แลนด์

นอกจากนี้ แวนซ์เปิดเผยว่า อิหร่านตกลงที่จะอนุญาตให้คณะผู้ตรวจสอบจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) เข้าตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่สหรัฐ “ยินดีเป็นที่สุด”


ส่วนประเด็นสุดท้าย แวนซ์กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถวางกระบวนการสำหรับการเจรจาทางเทคนิคให้ดำเนินต่อไปได้


ยิ่งไปกว่านั้น กล่าวถึงแผนการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ ว่าสหรัฐจะมีอำนาจอนุมัติว่า อิหร่านสามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้อะไรได้บ้าง ซึ่งในเบื้องต้น นายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เงินดังกล่าวต้องเป็นการนำไปใช้ซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ อาทิ ถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี


อย่างไรก็ตาม รูปแบบดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับข้อตกลงในสมัยรัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อปี 2566 ซึ่งมีการโอนเงินอิหร่านจากบัญชีที่ถูกอายัดในเกาหลีใต้ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวชาวอเมริกัน 5 คนที่ถูกควบคุมตัวในอิหร่าน โดยเงินดังกล่าวสามารถใช้ได้เฉพาะการซื้อสินค้าเพื่อมนุษยธรรม เช่น อาหาร ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และยาเท่านั้น และทุกธุรกรรมต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของกระทรวงการคลังสหรัฐ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS