ผู้แทนบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เข้าพบ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วย นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อหารือแนวทางการจัดตั้ง “สมาคมบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ” รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานเพื่อสังคมและการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมี นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องรับรอง ชั้น 3 ศอ.บต.
การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ ซึ่งปัจจุบันกระจายอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมจำนวน 2,260 คน โดยบัณฑิตอาสาถือเป็นกลไกสำคัญระดับพื้นที่ ที่ทำหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างภาครัฐกับประชาชนในระดับหมู่บ้าน ชุมชน และท้องถิ่น มีบทบาททั้งในการรับฟังปัญหา สะท้อนความต้องการของประชาชน ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาในมิติต่าง ๆ
เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การรวมกลุ่มของบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิในรูปแบบสมาคม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชน และนับเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่จะช่วยสร้างพลังการขับเคลื่อนจากฐานรากให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น การมีองค์กรที่ชัดเจนจะช่วยให้เครือข่ายสามารถบริหารจัดการตนเอง วางแผนกิจกรรม และต่อยอดการทำงานเพื่อสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนในฐานะพี่เลี้ยง (Back up) ทั้งด้านองค์ความรู้ การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการสนับสนุนสถานที่ดำเนินงาน เช่น พื้นที่ภายในอาคาร ศอ.บต. เพื่อเอื้อต่อการดำเนินกิจกรรมของสมาคมในอนาคต
เลขาธิการ ศอ.บต. ยังเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเป็นเอกภาพของบัณฑิตอาสากว่า 2,000 คน ให้มีเป้าหมายร่วมกัน มีจุดยืนที่ชัดเจนในการทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคม และยึดมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม พร้อมกันนี้ บัณฑิตอาสาจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร การวิเคราะห์ข้อมูล และการพัฒนาพื้นที่
การจัดตั้งสมาคมบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับบทบาทของเครือข่ายภาคประชาชน ให้สามารถเป็นกลไกหลักในการร่วมพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว



