เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ภายหลังนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้า โดยระบุว่ามีการนำค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะทั่วประเทศมาคำนวณรวมไว้ในบิลค่าไฟของประชาชน ผ่านต้นทุนค่าไฟฐาน ซึ่งรวมอยู่ในอัตรา 3.78 บาทต่อหน่วย จากค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาทต่อหน่วย คิดเป็นภาระที่ประชาชนร่วมรับผิดชอบประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย หรือรวมเป็นเงินกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี
จากการสอบถาม พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการผลักภาระจากภาครัฐมายังประชาชน ทั้งที่ไฟฟ้าสาธารณะเป็นบริการพื้นฐานที่ควรใช้งบประมาณของรัฐในการดูแล

นายอนิรุจ สมชาติเกียรติ อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าไม่เหมาะสม เพราะไฟทางเป็นทรัพย์สินสาธารณะ และที่ผ่านมาไฟส่องสว่างหลายจุดมีปัญหาติดบ้าง ดับบ้าง บางแห่งเสียแล้วใช้เวลานานกว่าจะเข้ามาซ่อม โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครขอนแก่นที่พบปัญหาเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่ แต่กลับต้องเป็นผู้ร่วมรับภาระค่าใช้จ่าย
“ประชาชนเสียภาษีทุกปีอยู่แล้ว จึงไม่ควรต้องมาจ่ายค่าไฟสาธารณะเพิ่มอีก หากรัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ ก็คงไม่ผลักภาระมาให้ประชาชนแบบนี้”
นายอนิรุจ กล่าวอีกว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูง รัฐบาลควรหาแนวทางอื่นในการบริหารจัดการงบประมาณ มากกว่าการเพิ่มภาระให้ประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า บางพื้นที่ติดตั้งไฟส่องสว่างในจุดที่มีประชาชนใช้งานน้อย ขณะที่บางพื้นที่ซึ่งมีผู้สัญจรจำนวนมากกลับมีแสงสว่างไม่เพียงพอ จึงควรมีการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ด้าน น.ส.ดวงจันทร์ วงค์คำ อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รู้สึกตกใจเมื่อทราบข่าวดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาเมื่อได้รับบิลค่าไฟก็ชำระตามปกติ โดยไม่ทราบว่ามีการนำค่าไฟสาธารณะมารวมอยู่ด้วย

“เราจ่ายภาษีอยู่แล้ว ถ้าจะให้ประชาชนมาร่วมจ่ายค่าไฟสาธารณะอีก ก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม และโดยส่วนตัวก็ไม่อยากต้องรับภาระในส่วนนี้ เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐในการดูแลบริการสาธารณะ” น.ส.ดวงจันทร์ กล่าว



