สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีคำสั่งเปิดเผยข้อมูลข่าวกรอง ซึ่งอ้างว่าเป็นหลักฐานเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐโดยจีน โดยกล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งถือครองข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันมากกว่า 220 ล้านรายการ และกล่าวหาว่าหน่วยข่าวกรองสหรัฐปกปิดข้อมูลดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างของทรัมป์ ขัดแย้งกับผลการประเมินโดยประชาคมข่าวกรองของสหรัฐเมื่อปี 2564 ซึ่งสรุปว่า ไม่พบหลักฐานว่าจีนหรือประเทศใดพยายามเปลี่ยนแปลงระบบการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การนับคะแนน หรือผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2563 ที่ทรัมป์พ่ายแพ้ให้แก่นายโจ ไบเดน ตัวแทนของพรรคเดโมแครต


การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์ผลักดันให้ประเด็นความมั่นคงของการเลือกตั้งเป็นวาระสำคัญ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. นี้ พร้อมเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายกำหนดให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งต้องแสดงบัตรประจำตัวและหลักฐานการเป็นพลเมืองสหรัฐ แม้มีข้อมูลมายาวนานว่า การทุจริตเลือกตั้งในสหรัฐเกิดขึ้นน้อยมาก


ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่า จีนไม่เคยและจะไม่มีวันแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ


ทั้งนี้ แกนนำพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้ทรัมป์หันไปให้ความสำคัญกับปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจ มากกว่าการรื้อฟื้นประเด็นการเลือกตั้งปี 2563 ขณะที่พรรคเดโมแครตเตือนว่า ทำเนียบขาวอาจพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือน พ.ย. นี้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS