สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีคำสั่งเปิดเผยข้อมูลข่าวกรอง ซึ่งอ้างว่าเป็นหลักฐานเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐโดยจีน โดยกล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งถือครองข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันมากกว่า 220 ล้านรายการ และกล่าวหาว่าหน่วยข่าวกรองสหรัฐปกปิดข้อมูลดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างของทรัมป์ ขัดแย้งกับผลการประเมินโดยประชาคมข่าวกรองของสหรัฐเมื่อปี 2564 ซึ่งสรุปว่า ไม่พบหลักฐานว่าจีนหรือประเทศใดพยายามเปลี่ยนแปลงระบบการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การนับคะแนน หรือผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2563 ที่ทรัมป์พ่ายแพ้ให้แก่นายโจ ไบเดน ตัวแทนของพรรคเดโมแครต
.@POTUS: In light of the brand new and irrefutable information I have revealed tonight, my administration is in the process of notifying states whose election data was compromised by the People’s Republic of China and others.
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) July 17, 2026
We will be working closely to mitigate any harm—and… pic.twitter.com/Xy5Xva0CP2
การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทรัมป์ผลักดันให้ประเด็นความมั่นคงของการเลือกตั้งเป็นวาระสำคัญ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. นี้ พร้อมเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายกำหนดให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งต้องแสดงบัตรประจำตัวและหลักฐานการเป็นพลเมืองสหรัฐ แม้มีข้อมูลมายาวนานว่า การทุจริตเลือกตั้งในสหรัฐเกิดขึ้นน้อยมาก
ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่า จีนไม่เคยและจะไม่มีวันแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ
ทั้งนี้ แกนนำพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้ทรัมป์หันไปให้ความสำคัญกับปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจ มากกว่าการรื้อฟื้นประเด็นการเลือกตั้งปี 2563 ขณะที่พรรคเดโมแครตเตือนว่า ทำเนียบขาวอาจพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือน พ.ย. นี้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



