นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ในการโครงการ  “LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ การสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องในยามฉุกเฉินและภัยพิบัติ ให้กับคนไทย โดยนำศักยภาพของแพลตฟอร์มไลน์ ที่คนไทยใช้จำนวนมากกว่า 56 ล้านคน มาสนับสนุนการเตรียมพร้อมของคนไทย ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุเป็นเรื่องใกล้ตัวและเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งเรื่องภัยธรรมชาติ ได้ส่งผลกระบต่อคนไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นแผ่นดินไหวที่เมีนยมาในปีที่แล้ว และ ภัยน้ำท่วมที่แม่สาย และ หาดใหญ่ ฯลฯ  การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแม้เราไม่สามารถป้องกันไม่ให้วิกฤตเกิดขึ้นได้ แต่การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง การเรียนรู้ และการเตรียมพร้อมล่วงหน้า จะช่วยให้ประชาชนรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ลดความสับสน ความตื่นตระหนก และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

“ทุกวันนี้โลกเผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้น ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยาก ทำให้การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ไลน์ ถือกำเนิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 54 เมื่อผู้คนไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ประสบการณ์ครั้งนั้นได้หล่อหลอมความเชื่อว่า การสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุดในยามฉุกเฉิน ‘ไลฟ์ไลน์ พร้อมก่อนวิกฤต’ จึงไม่ใช่เพียงโครงการหนึ่ง แต่เป็นคำมั่นสัญญาที่จะนำศักยภาพของแพลตฟอร์มมาสนับสนุนการเตรียมพร้อมของคนไทย ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุเป็นเรื่องใกล้ตัวและเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน”

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เรื่องภัยพิบัติถือเป็น 1 ใน 4 นโยบายหลักที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุด จากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศโลกและหลายหน่วยงานมีการพูดถึง ซูเปอร์เอลนีโญ และที่ผ่านมาไทยประสบภัยพิบัติฉับพลันในหลายภูมิภาค ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานในสังกัด พื่อส่งข้อมูลพยากรณ์และเตือนภัยล่วงหน้าไปยังทุกจังหวัด เป็รหลานวัน สัปดาห์ และเดือน เพื่อใช้เตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบบ่อยคือการแชร์ภาพและข้อมูลภัยพิบัติเก่าที่เป็นข่าวปลอม บนโลกโซเชียล จนทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง  อาจะเกิดความชะ่าใจ หรือไม่เตรียมพร้อม ทางกระทรวงดีอี จึงมุ่งเน้นการตรวจสอบ และคัดกรองข่าวลวงอย่างเข้มงวดพร้อมประสานภาคเอกชน และช่องทางต่างในการเสนอข้อมูล ซึ่งการที่ไลน์ เข้ามาช่วยพัฒนาฟีเจอร์ช่วยติดต่อสื่อสาร ในยามวิกฤต ทางดีอีพร้อมสนับสนุนการยืนยันข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อคุ้มครองชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน

 “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตที่ความรวดเร็วและความถูกต้องของข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ประเทศไทยเผชิญกับภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ความร่วมมือภายใต้โครงการ ‘LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต’ ที่ริเริ่มโดย LINE ประเทศไทย จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐและภาคเอกชนสามารถผสานศักยภาพร่วมกัน นำเทคโนโลยีที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวันมาสนับสนุนการสื่อสารด้านความปลอดภัย และสร้างการตระหนักรู้ให้คนไทยมีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น”

โครงการ “LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต” ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กลุ่มเซ็นทรัล ธนาคารกสิกรไทย บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) และสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย โดยทุกภาคส่วนจะร่วมกันนำความเชี่ยวชาญ ศักยภาพ และช่องทางการสื่อสารของแต่ละองค์กร มาส่งเสริมการสื่อสารองค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง

LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต เป็นโครงการที่ LINE ประเทศไทยริเริ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ผ่าน 2 แนวคิดหลัก ได้แก่ “พร้อมรู้” การเข้าถึงข้อมูลและการแจ้งเตือนที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือผ่าน LINE ALERT OA และ “พร้อมเช็ก” การใช้ LINE Safety Check เพื่อยืนยันสถานะความปลอดภัยของตนเองและตรวจสอบความปลอดภัยของคนใกล้ชิดได้อย่างรวดเร็ว ลดความตื่นตระหนก และเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารในช่วงเวลาวิกฤต โดยหัวใจสำคัญคือการส่งเสริมให้ประชาชนเรียนรู้และทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือเหล่านี้ล่วงหน้า เพื่อสร้าง “ความพร้อมก่อนเกิดเหตุ” และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์จริง นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรแต่ละองค์กรในการสนับสนุนโครงการผ่านองค์ความรู้ ข้อมูล และความเชี่ยวชาญตามบทบาทของแต่ละหน่วยงาน เพื่อร่วมกันยกระดับการเตรียมความพร้อมของคนไทยในทุกมิติ

และเพื่อเปลี่ยนจากการรับรู้สู่การลงมือปฏิบัติ LINE ประเทศไทย พร้อมพันธมิตร ขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมซ้อมใช้งาน LINE Safety Check ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 11:00 น. – 17:00 น. เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับขั้นตอนการยืนยันสถานะความปลอดภัยบนแอปพลิเคชัน LINE และให้สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์จริง เพราะในช่วงเวลาวิกฤต หนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดคือการรับรู้ว่าคนในครอบครัว เพื่อน และคนที่เราห่วงใยอยู่ในสถานะปลอดภัยหรือไม่