นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยถึงการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบปีบัญชีใหม่ว่า ได้สั่งการให้กรมธนารักษ์ดำเนินการจัดทำราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบใหม่ ซึ่งจะประกาศเริ่มใช้ปี 70-73 โดยนโยบายรอบนี้ราคาประเมินใหม่จะต้องสะท้อนความเป็นจริงและใกล้เคียงกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมากขึ้น
“เนื่องจากปัจจุบันราคาประเมินของกรมธนารักษ์ยังต่ำกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก เฉลี่ยห่างกันอยู่ที่ประมาณ 30-40% ดังนั้นในการจัดทำราคาประเมินรอบใหม่ ได้สั่งการให้ปรับปรุงให้สะท้อนกับความจริง ซึ่งราคาประเมินตามค่าเฉลี่ยมาตรฐานสากลทั่วโลก ราคาประเมินที่ดินและสิ่งประกอบสร้างของรัฐ จะต้องมีส่วนต่างห่างจากราคาตลาดไม่เกิน 15%”
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า แนวทางการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในรอบนี้จะประเมินราคาใหม่ทั้งหมด 37 ล้านแปลงทั่วประเทศ โดยภาพรวมราคาประเมินจะปรับขึ้นจากรอบ 4 ปีก่อนแน่นอน ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการลงทุนโครงการก่อสร้างภาครัฐ และเอกชนใหม่ๆ ซึ่งราคาที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ ยังเป็นราคาประเมินแพงที่สุด เช่น ถนนวิทยุ สุขุมวิท สีลม ที่ก่อนหน้าเคยครองแชมป์ตารางวาละ 1 ล้านบาท ปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเกินตารางวาละ 1 ล้านบาท ตลอดจนที่ดินตามแนวโครงการรถไฟสายใหม่ หรือส่วนต่อขยายก็จะมีราคาประเมินพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่ดินราคาต่ำสุดยังอยู่ในต่างจังหวัดพื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ไม่มีทางเข้าออก เป็นที่ตาบอด โดยราคาอาจเท่าเดิมกับรอบนี้ แต่จะไม่มีการปรับราคาประเมินลดลง
สำหรับอำนาจการประเมินราคาที่ดินฯ ตาม พ.ร.บ.การประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562 กำหนดให้คณะกรรมการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และธนารักษ์พื้นที่อยู่ในคณะกรรมการ ซึ่งจะมีอำนาจประเมินพื้นที่ของจังหวัดตัวเอง ซึ่งกรมธนารักษ์ส่วนกลางไม่สามารถทราบราคาล่วงหน้าได้
ด้านนายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ข้อมูลราคาประเมินในรอบปัจจุบันยอมรับว่ายังต่ำกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก แต่ในการประเมินรอบใหม่ปี 70 กรมฯ ได้นำเทคโนโลยีและการคำนวณที่ครอบคลุม ทั้งในส่วนของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และอาคารคอนโดมิเนียม เพื่อให้ราคาสะท้อนสภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ เช่น แนวรถไฟฟ้า ได้อย่างแม่นยำที่สุด ซึ่งจะมีการประเมินเป็นรายแปลง



