สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่า เบสเซนต์กล่าวว่า ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกองค์ประกอบเป็นของภายในประเทศตั้งแต่ต้นจนจบ เนื่องจากมันจะไม่สมจริงและไม่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์กล่าวว่า ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงออกจากการกระจุกตัวที่เป็นอันตราย และสหรัฐต้องสร้างขีดความสามารถที่เพียงพอในประเทศ เพื่อทำให้แน่ใจว่า ประชาชนชาวอเมริกันจะไม่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของต่างชาติ

นอกจากนี้ เบสเซนต์ยังระบุว่า หลังจากประสบกับภาวะขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นมานานหลายสิบปี สหรัฐในปัจจุบันตระหนักถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนเองมากขึ้น และพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์เหล่านั้นยิ่งกว่าเดิม

“ประเทศคู่ค้าควรคาดหวังกับประเทศที่ยืดหยัดในหลักการปฏิบัติต่างตอบแทน ซึ่งปกป้องบริษัทจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม รักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร และต่อสู้กับการเงินที่ผิดกฎหมาย โดยสรุปคือ สหรัฐจะไม่ยอมให้นโยบายเศรษฐกิจแยกออกจากยุทธศาสตร์ของชาติ” เบสเซนต์ กล่าวเพิ่มเติม

แม้เบสเซนต์กล่าวทิ้งท้ายว่า สหรัฐควรสนับสนุนนวัตกรรมทางการเงินที่ทำให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ปรับปรุงประสิทธิภาพ ขยายการเข้าถึง และรักษาความสมบูรณ์ของระบบการเงิน แต่เขาไม่ได้ระบุถึงนโยบายเฉพาะใด ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น พร้อมกับเสริมว่า สหรัฐจะยืนกรานว่าเทคโนโลยีใหม่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของสหรัฐในด้านความโปร่งใส ความมั่นคง การคุ้มครองผู้บริโภค และการเข้าถึงการบังคับใช้กฎหมาย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS