เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประกอบด้วย ผู้แทนจาก กรมควบคุมมลพิษ  กรมป่าไม้  กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่อง มลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง ครั้งที่ 20 (20th TWG Mekong) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอนุภูมิภาคแม่โขง ซึ่งมีผู้แทนระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสจากประเทศเวียดนาม กัมพูชา เมียนมา เข้าร่วม

การประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยได้นำเสนอรายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญ โดยเฉพาะการสรุปผลการประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม (MSC) ครั้งที่ 26 สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนตอนล่าง เพื่อให้ที่ประชุมรับทราบถึงความก้าวหน้าในภาพรวมของภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายการลดจุดความร้อน (Hotspot Reduction) ภายใต้แผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 ซึ่งประเทศไทยได้เสนอให้มีการคงเป้าหมายการลดจุดความร้อนที่ร้อยละ 40 สำหรับปี 2569 และพิจารณาขยายกรอบการดำเนินงานและเป้าหมายไปจนถึงปี 2573 เพื่อให้สอดคล้องกับโรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควัน ฉบับที่ 2 (2023–2030)

โอกาสนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนการดำเนินงานของประเทศไทยในฐานะผู้นำในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฟ้าใส CLEAR Sky (2024–2030) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือที่สำคัญระหว่างไทย สปป. ลาว และเมียนมา เพื่อยกระดับการแบ่งปันข้อมูลคุณภาพอากาศ และการเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการไฟป่าอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษได้รายงานการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยต่อที่ประชุม(Thailand Country Report ) ก่อนจะร่วมรับฟังรายงานสถานการณ์อุตุนิยมวิทยาจากศูนย์เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียน (ASMC) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ประเทศในภูมิภาคแม่โขงใช้ในการเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้า

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมจะเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมกับกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อมของ สปป. ลาว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคแม่โขง อันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นในการสร้างอากาศสะอาดและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนในภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืนต่อไป