เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยคณะพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคฯ และนายอัทรัณ มานุพีรพันธ์ ผู้สมัครสมาชิกกรุงเทพมหานคร (สก.) เขตลาดพร้าว หมายเลข 3 ร่วมกันลงพื้นที่ตลาดเช้า ต.รวมโชค เขตลาดพร้าว เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนและรับฟังปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยได้ร้องเรียนว่าปัญหาการถูกไล่ที่ทำมาหากินในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และหากต้องการค้าขายต่อ ต้องจ่ายเงินค่าเช่าที่ทำกิน เดือนละ 5,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นภาระต้นทุนที่ตัดโอกาสในการทำกำไรของผู้ค้ารายย่อย ขณะเดียวกัน ไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นผู้สั่งเรียกเก็บเงินดังกล่าว เพราะเคยสอบถามสำนักงานเขต ก็ไม่ได้รับคำตอบ อีกทั้งพบปัญหาคนต่างด้าวสวมสิทธิคนไทย เข้ามาแย่งพื้นที่ค้าขายด้วย

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ว่า มีนโยบายจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยเสนอให้สำนักงานเขตดำเนินการเอกซเรย์ ตรวจสอบพื้นที่ในแต่ละเส้นทางอย่างละเอียด เพื่อกำหนดมาตรฐานความกว้างของฟุตปาธ รวมถึงแบ่งโซนสำหรับการค้าขายให้ชัดเจน มีการตีเส้นและลงทะเบียนผู้ค้าอย่างเป็นระบบ โดยเราจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้ค้าขายเป็นตัวจริง ไม่ใช่การเช่าช่วงต่อหรือการที่คนต่างชาติมาสวมสิทธิแทนคนไทย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ได้

สำหรับการจัดปราศรัยใหญ่ในการหาเสียงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั้น นายอนุชา กล่าวว่า การปราศรัยใหญ่จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ และบุคคลสำคัญร่วมปราศรัย ทั้งนี้ขอยืนยันว่าในช่วงโค้งสุดท้าย พรรคประชาธิปัตย์ได้เดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มกำลัง ทั้งในส่วนของผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร สก. ทั้ง 50 เขต รวมถึงพร้อมเสนอวิสัยทัศน์ด้านความหวัง โอกาส และอนาคตของกรุงเทพฯ ในอีก 4 ปีข้างหน้าให้ประชาชนชาว กทม. ได้รับทราบ

“ตอนนี้กระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ พี่น้องประชาชนเริ่มเห็นถึงนโยบายที่จับต้องได้ เราจะไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเดิมๆ ที่ย่ำอยู่กับที่ แต่เราจะนำเสนอความหวัง โอกาส และอนาคตของกรุงเทพฯ ให้คนกรุงได้มั่นใจว่าจะเปลี่ยนเมืองนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม” นายอนุชา กล่าว

ด้านนายชวน กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในแนวทางการเมืองสุจริตมาตลอด เพราะการเมืองที่ทุจริตส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การแต่งตั้งข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม ไปจนถึงการแทรกแซงองค์กรต่าง ๆ เพื่อตักตวงผลประโยชน์ ดังนั้นการเมืองสุจริตเท่านั้นที่จะช่วยให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติได้ และขอให้ประชาชนพิจารณาเลือกผู้สมัครที่เชื่อมั่นว่าเป็นคนดีและมีความสามารถจริง ทั้งนี้ หากคนกรุงเทพฯ เลือกนายอนุชา จะทำงานอย่างโปร่งใสสุจริต และตรวจสอบได้อย่างแน่นอน.