เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับปัญหาการทุจริตและความไม่โปร่งใสภายในกระทรวงมหาดไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ชี้แจงแทน

น.ส.ภคมน อภิปรายว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้รับความชัดเจนเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงกรณีแชตไลน์หลุดที่ปรากฏข้อความระบุว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” และมีการตอบรับว่า “100% ครับนาย” ซึ่งสังคมตั้งคำถามถึงการวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมืองของผู้บังคับบัญชา นอกจากนี้ยังรวมถึงกรณีคลิปเสียงที่โยงกับการทุจริตสอบคัดเลือกข้าราชการท้องถิ่น จึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความกล้าหาญทางการเมืองในการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

ด้าน นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า กรณีจังหวัดภูเก็ตเป็นการออกคำสั่งให้ข้าราชการจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และผู้ช่วยป้องกันจังหวัด ไปช่วยราชการเป็นการชั่วคราวเพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวนและให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง ล่าสุดเมื่อครบกำหนดช่วงเวลาและกรมการปกครองได้สรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ทั้ง 5 รายจึงเดินทางกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตามขั้นตอนทางระเบียบ ส่วนกรณีแชตไลน์หลุดนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างดำเนินการให้ผู้เกี่ยวข้องทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง

รมช.มหาดไทย ชี้แจงต่อว่า ปัญหาในจังหวัดภูเก็ตที่ผ่านมามีความแตกแยกและอุปสรรคในการทำงานร่วมกันของข้าราชการระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นทีี่ โดยเฉพาะปัญหาการอนุมัติใบอนุญาตโรงแรมที่ค้างสะสมมาตั้งแต่ปี 2561-2562 กว่า 500 ใบ จนกลายเป็นช่องทางให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ ปัจจุบันหลังจากส่งทีมชุดใหม่เข้าไปแก้ไขปัญหาสามารถอนุมัติใบอนุญาตไปแล้วกว่า 20 ใบภายใน 2 สัปดาห์ และคาดว่าจะสะสางงานที่ค้างคาได้ทั้งหมดภายใน 4-5 เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการ

สำหรับประเด็นการทุจริตสอบคัดเลือกข้าราชการท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2567 นายกรัฐมนตรีได้ตั้งหน่วยงานร่วมตรวจสอบ 5 หน่วยงาน ได้แก่ ป.ป.ช., ปปป., ป.ป.ท., กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ กสถ. เพื่อกำกับดูแลกระบวนการสอบอย่างใกล้ชิดและปรับปรุงข้อกำหนด TOR ให้รัดกุมยิ่งขึ้น ปัจจุบันคณะกรรมการกองกลางมีมติให้ดำเนินการตรวจข้อสอบใหม่ทั้งหมด โดยจะให้ความเป็นธรรมและรักษาสิทธิของกลุ่มผู้สอบผ่านด้วยความสามารถของตนเอง ส่วนผู้ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้นตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำว่า “หากเจอตอก็ต้องขุด”

นอกจากนี้ ในระยะยาวกระทรวงมหาดไทยได้เสนอแก้ไขกฎหมายการสอบคัดเลือกท้องถิ่น โดยปรับรูปแบบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสอบเองภายใต้เกณฑ์มาตรฐานของสำนักงาน ก.พ. ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา (สว.) เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างยั่งยืนต่อไป