เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2569 น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพข้อเท็จจริงบริเวณเขานาคเกิด ในประเด็นเกี่ยวกับปัญหาดินถล่ม รวมถึงมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้แทนจากกรมทรัพยากรธรณีเขต 4 ผู้แทนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดยผู้แทนจากกรมทรัพยากรธรณี ชี้แจงในประเด็นเกี่ยวกับเหตุดินถล่มในพื้นที่บริเวณเขานาคเกิด จังหวัดภูเก็ต โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า สภาพพื้นที่บริเวณเทือกเขานาคเป็นชั้นหินแกรนิตที่มีรอยแตกเป็นจำนวนมาก เมื่อเศษหินที่ผุพังผสมกับทราย และได้รับน้ำในปริมาณมาก จึงเกิดการสไลด์ตัวลงมา อีกทั้งบริเวณยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดพระใหญ่ ได้มีการปรับปรุงสภาพพื้นที่ และเทซีเมนต์ทำให้น้ำฝนไหลลาดลงมาอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศในปัจจุบันส่งผลให้ในพื้นที่มีเมฆปกคลุมในบริเวณเดียว จึงทำให้มีปริมาณน้ำฝนมาก โดยเหตุการณ์ดินถล่มที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2567 ตรวจพบว่ามีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 177 มิลลิเมตร

สำหรับมาตรการและแนวทางจัดการเบื้องต้น กรมทรัพยากรธรณี รายงานว่า การเฝ้าระวังและการอพยพกำหนดเกณฑ์ไว้ว่า หากภายใน 24 ชั่วโมง มีปริมาณน้ำฝนเกิน 100 มิลลิเมตร จะดำเนินการแจ้งเตือนและเตรียมอพยพประชาชน

ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีมีแผนติดตั้งเครื่องเซ็นเซอร์ตรวจวัดทั่วจังหวัด โดยปัจจุบันมีจำนวน 9 ตัว (ในจุดเกิดเหตุบริเวณใกล้วัดพระใหญ่มีติดตั้ง 1 ตัว) และจะมีการติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำฝน รวมถึงระบบโทรโข่งเตือนภัยเพิ่มเติม

น.ส.กุลวลี กล่าวว่า ข้อเสนอแนะจาก กมธ. มีดังนี้ 1.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจัดทำป้ายประกาศบริเวณพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงภัย และประสานข้อมูลเกี่ยวการตรวจวัดปริมาณเกณฑ์น้ำฝน การติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่วัดการเคลื่อนตัวของหิน เพื่อเตรียมความพร้อมในการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 2.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำรายการพื้นที่เสี่ยงภัย 3.การแจ้งเตือนประชาชนผ่าน SMS รวมถึงผ่านระบบเสียงตามสายของท้องถิ่น

นอกจากนี้ กมธ. จะดำเนินการติดตามผลการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้กรมทรัพยากรธรณี จัดส่งแผนการดำเนินการบริหารจัดการธรณีพิบัติภัยแผ่นดินถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รวมทั้ง ข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการดำเนินการ มายังคณะกรรมาธิการเพื่อสอบหาข้อเท็จจริง และแสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะจัดทำรายงานข้อเสนอแนะให้แก่คณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องต่อไป.