นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชีฯ สภาทนายความฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดตั้งนิติบุคคลที่มีลักษณะนอมินี พบว่า มีผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ และผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบางราย เป็นกลุ่มเสี่ยงที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้คำปรึกษา คำแนะนำ ช่วยเหลือ เอื้อประโยชน์ให้มีการหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ทั้งนี้ สาระสำคัญของการหารือ เน้นไปที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเป็นนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างชาติ รวมถึงการกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ทำบัญชีที่เป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีฯ 87,552 ราย และมีทนายความที่เป็นสมาชิกสภาทนายความฯ 94,702 ราย รวมกว่า 1.8 แสนราย ให้ปฏิบัติงานเป็นไปตามจรรยาบรรณ ไม่ให้ความช่วยเหลือระกอบธุรกิจแบบนอมินี โดยเฉพาะให้กำหนดบทลงโทษขั้นสูงสุดแก่สมาชิกฯ ที่ร่วมกระทำความผิดหรือรู้เห็นเป็นใจ ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ อันเป็นการตัดต้นตอของปัญหานอมินีทั้งระบบ
นอกจากนี้ ขอเตือนบุคคลที่ให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติในการใช้ชื่อเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้น กระทำผิดในฐานนอมินี โดยผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือยินยอมให้ใช้ชื่อตนเองถือหุ้นแทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนไม่เลิกการกระทำผิดจะมีโทษปรับรายวันวันละ 10,000 – 50,000 บาท
นายพูนพงษ์กล่าวว่า กรมฯ มั่นใจว่า หากสำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายความซึ่งเป็นจุดตั้งต้นที่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยขอรับคำปรึกษาการเข้ามาประกอบธุรกิจ ได้ให้รายละเอียดและคำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมาย คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่ครัด จะช่วยให้ปัญหานอมินีที่กำลังเกิดขึ้น ทุเลาเบาบางลงหรือหมดสิ้นไป สร้างความเชื่อมั่นและสร้างความเป็นธรรมแก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศโดยสุจริตได้



