เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ถึงโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการล็อกสเปก ว่า ตนได้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด และได้รับรายงานว่าถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมายทุกประการ นอกจากนั้นได้เจรจากับคู่สัญญาแล้ว ได้ผลลัพธ์ที่ภาครัฐและประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นมหาศาล ที่สำคัญได้ทดลองใช้แล้วพบว่า ได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่าทีโออาร์มหาศาล ดังนั้นเป็นการใช้งบกองทุนคุ้มค่าแน่นอน สำหรับประชาชนที่ตั้งตารอจะเป็น 1 ใน 5 ล้านสิทธิ มีโอกาสใช้เอไอ 31 โมเดลฟรี 1 ปี จะรออีกไม่นาน
นายไชยชนก กล่าวว่า ส่วนงบฯ ของกระทรวงดีอีที่เพิ่มขึ้น 31.8% ได้เพิ่มในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์ และ กรมอุตุนิยมวิทยา ที่ทำระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ทั้งนี้งบฯ ที่เพิ่มขึ้นนั้น เพราะมีนโยบายจัดซื้อจัดจ้างระบบรวมศูนย์ที่เดียวกัน มีข้อดีคือสามารถซื้อปริมาณมากที่มูลค่าถูกลง แม้มูลค่างบฯ เพิ่มแต่สามารถซื้อคลาวด์ถูกลง 30% ทั้งนี้สามารถลดบุคลากร ลดงบประชุมจัดซื้อจัดจ้าง ลงถึง 100 ล้านบาท แต่หากให้กระจายหน่วยงานอาจทำให้เกิดปัญหาเพราะหน่วยงานไม่ชำนาญ
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์ที่พบว่าบางหน่วยงานไม่ถูกนำมารวมกัน เพราะบางหน่วยงานมีการจัดจ้างมาก่อน และเป็นงบฯ ผูกพัน เป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นเฉพาะ มีฟังก์ชันแตกต่างกัน เช่น กระทรวงการคลัง ที่จัดซื้อจัดจ้างมาก่อน ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย และฟังก์ชันในคลาวด์ที่ต่างกัน และกลุ่มบางส่วนที่ต้องใช้การจัดเก็บเพื่อความปลอดภัย เป็นระบบแยก เช่น กรมการปกครอง กลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนท้าย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ใช้สิทธิซักถามเพิ่มเติมว่า “รู้สึกหรือไม่ว่าโครงการล็อกสเปก” แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ไม่อนุญาต โดยอ้างว่าจะเสียเวลาฝ่ายค้าน ก่อนตัดบทให้รัฐมนตรีชี้แจงต่อไป.



