เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า เมื่อๆนี้ สสส. ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มสวร.) และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดเวทีการประชุม การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด เพื่อเสริมความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชน โดยมีตัวแทนสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลประจำจังหวัด ตัวแทนจาก 8 อำเภอเป้าหมาย ประกอบด้วย อ.เมืองกระบี่ อ.เขาพนม อ.เกาะลันตา อ.คลองท่อม อ.อ่าวลึก อ.ปลายพระยา อ.ลำทับ และ อ.เหนือคลอง รวมทั้ง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต อำเภอต้นแบบ ตัวแทนสาธารณสุขอำเภอ ผู้ให้บริการบำบัดยาเสพติด เข้าร่วม
นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายที่ สสส. ให้ความสำคัญ โดยดำเนินงานควบคู่กัน 2 ด้าน ได้แก่ การสนับสนุนงานวิชาการผ่านศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านสถานการณ์ การป้องกัน และการบำบัดรักษาผู้ใช้ยาเสพติด รวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดและกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างยั่งยืน สสส. จึงสนับสนุนการขับเคลื่อนแนวทาง CBTx (Community-Based Treatment and Care) “ชุมชนล้อมรักษ์” โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ อาศัยความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อค้นหาผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน นำเข้าสู่กระบวนการบำบัด และติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง

“หัวใจสำคัญของการบำบัดไม่ใช่เพียงการรักษา แต่คือการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลและติดตามผู้ผ่านการบำบัด เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า แม้ในช่วง 3 เดือนแรกหลังบำบัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่กลับไปใช้ยา แต่เมื่อเข้าสู่ช่วง 6 เดือน อัตราการเสพซ้ำเริ่มเพิ่มขึ้น และหลัง 9 เดือนถึง 1 ปี มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยกลับไปใช้ยาอีกครั้ง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนในการเฝ้าระวัง ให้กำลังใจ และสนับสนุนการกลับคืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการเสพซ้ำได้อย่างยั่งยืน” นายวิเชษฐ์ กล่าว
ด้าน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดในจังหวัดยังพบอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจึงจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสพจะถูกนำเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษา ซึ่งมี 3 ระยะ เริ่มจากการรักษาในโรงพยาบาลเกาะลันตา ซึ่งเป็นศูนย์บำบัดของจังหวัด 7 วัน ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาล เพื่อรับการฟื้นฟูต่อเนื่อง 30 วัน จากนั้นจึงส่งกลับสู่ชุมชน เพื่อให้ผู้นำชุมชนและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ร่วมติดตาม ดูแล และส่งเสริมการประกอบอาชีพ เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนเตียง ทำให้บางช่วงต้องส่งผู้ผ่านการบำบัดกลับสู่ชุมชนก่อนฟื้นตัวได้เต็มที่ ชุมชนจึงยิ่งมีความสำคัญในการดูแล ติดตาม และประสานการทำงานกับบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่ สสส. เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเติมเต็มระบบการฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัด
“เป้าหมายสำคัญของจังหวัด คือ การลดการเสพซ้ำของผู้ที่ผ่านการบำบัด ควบคู่กับการป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสพรายใหม่ เพื่อลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมขอบคุณ สสส. ที่เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดและเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัดและสร้างความปลอดภัยให้สังคม” นายอังกูร กล่าว.



