การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในหลายประเทศ โดยเฉพาะการจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอ ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บริษัท เอนวิชัน (Envision) กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีสีเขียวของจีน จึงเปิดตัวโครงการ ‘มิชชัน โกบี’ (Mission Gobi) เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่ทะเลทรายและภูมิภาคแห้งแล้งทั่วโลก
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายพัฒนาศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานสะอาด หรือ เอไอดีซี (AIDC) ให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 5 กิกะวัตต์ ภายในปี 2030 โดยนำพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายไฟฟ้า และระบบประมวลผลมาทำงานร่วมกัน เพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีต้นทุนที่แข่งขันได้
‘จางเหล่ย’ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัทเอนวิชัน กล่าวว่า ปัจจุบันการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงาน เนื่องจากโครงข่ายไฟฟ้าแบบเดิมไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการมิชชัน โกบีจึงมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ พร้อมต่อยอดความร่วมมือที่บริษัทมีอยู่ในยุโรป เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
จางเหล่ยกล่าวว่า พื้นที่ทะเลทรายและภูมิภาคโกบีมีศักยภาพรองรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ โดยหากนำพื้นที่เหล่านี้มาใช้เพียง 1% ก็สามารถสร้างกำลังการประมวลผลในระดับเทราวัตต์ได้ ด้วยต้นทุนที่แข่งขันได้ และช่วยขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน เอนวิชันดำเนินงานศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์แห่งหนึ่งที่ใช้พลังงานสะอาดทั้งหมดในเมืองชื่อเฟิง เขตปกครองตนเองมองโกเลียในของจีน และอยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการเอนวิชัน กาแลกซี แคมปัส (Envision Galaxy Campus) ระดับกิกะวัตต์ ที่เมืองอูหลานฉาปู้
ทั้งนี้ ภายใต้โครงการมิชชัน โกบี บริษัทมีแผนทำงานร่วมกับภาครัฐ หน่วยงานสาธารณูปโภค บริษัทเทคโนโลยี นักลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และพันธมิตรในแต่ละพื้นที่ เพื่อขยายระบบไฟฟ้าสะอาดให้รองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืนในระยะยาว
ที่มา: ซินหัว



