เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ในฐานะโฆษกสำนักงานป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก รวม 4 ราย กรณีร่วมกันอนุมัติจัดสรรเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก และวัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย ปีงบประมาณ 2555-2556 โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการรวม 8,000,000 บาท

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในปีงบประมาณ 2555 นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนาสงเคราะห์ ได้เสนอบันทึกขออนุมัติการใช้จ่ายเงินประจำงวด ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2555 เพื่อจัดสรรเงินอุดหนุนการบูรณะและปฏิสังขรณ์วัดทั่วไปให้กับวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก จำนวน 3,000,000 บาท ตามที่นายนพรัตน์ และนายเฉลิมพล มีศิลารัตน์ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน สั่งการ โดยมีนายเฉลิมพล เป็นผู้พิจารณาและลงนามในบันทึกเสนอต่อไปยัง นายพนม ศรศิลป์ รองผู้อำนวยการ พศ. (ในขณะนั้น) ซึ่งนายพนมได้ลงนามเสนอต่อ นายนพรัตน์ และได้รับการอนุมัติในวันเดียวกัน ทั้งที่วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหารตั้งอยู่นอกราชอาณาจักรไทย ไม่ถือว่าเป็นวัดตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย และไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ส่วนในปีงบประมาณ 2556 นายวสวัตติ์ ได้เสนอบันทึกขออนุมัติจ่ายเงินประจำงวด ลงวันที่ 8 พ.ย.2555 เพื่อจัดสรรเงินอุดหนุนการบูรณะและปฏิสังขรณ์ทั่วไปให้กับวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ประเทศเดนมาร์ก และวัดป่าพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย วัดละ 2,500,000 บาท ตามที่นายนพรัตน์และนายเฉลิมพลสั่งการ และนายนพรัตน์ได้อนุมัติในวันเดียวกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์, นายพนม ศรศิลป์, นายเฉลิมพล มีศิลารัตน์ และนายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ มีมูลความผิดทางอาญาและความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง โดยให้ส่งรายงานการไต่สวนและเอกสารหลักฐานไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจ และส่งไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อเอาผิดทางวินัย พร้อมแจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป.