สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ เป็นประธานในพิธีปิดและมอบวุฒิบัตรแก่ผู้เข้าอบรมโครงการถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส รุ่นที่ 52 โดยสถาบันพระสังฆาธิการ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม จัดขึ้นวันที่ 29 มิ.ย.- 3 ก.ค.ที่หอประชุม พุทธมณฑล ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีพระสังฆาธิการที่ผ่านการอบรมถวายความรู้ จำนวน 202 รูป

สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ กล่าวให้โอวาท ว่า ภารกิจของเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในปัจจุบันนั้น มีความท้าทาย และเกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ระเบียบมส. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะที่ท่านทั้งหลายเป็นผู้บริหารวัด และเป็นผู้นำของชุมชน ก็ขอฝากแนวทางไว้เป็นหลักปฏิบัติ 3 ประการ 1.มีพระธรรมวินัยเป็นรากฐาน การบริหารวัดและการปกครองพระภิกษุสามเณรในวัด จะต้องยึดหลักพระธรรมวินัย และกฎหมายคณะสงฆ์ เป็นบรรทัดฐานอย่างเคร่งครัด ใช้ความเป็นธรรม และใช้ความเมตตา ในการปกครอง 2.ศาสนสมบัติต้องโปร่งใส การจัดการทรัพย์สินและผลประโยชน์ ต้องกระทำด้วยความรอบคอบ ถูกต้องตามระเบียบราชการ และระเบียบมส. ในการทำบัญชีที่ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการอธิกรณ์ และข้อครหา อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียในภายหลัง และ3. เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน พระสังฆาธิการในปัจจุบันต้องเป็นกัลยาณมิตร พัฒนาวัดให้เป็นสัปปายสถาน เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ อีกทั้งเป็นที่พึ่งทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน อย่างแท้จริง เมื่อปฏิบัติเช่นนี้แล้ว ก็จะทำให้เกิดความงดงาม ความสามัคคี ความพร้อมเพรียงกัน เป็นที่เคารพนับถือในหมู่คณะ ในสังคม

สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ กล่าวต่อไปว่า ตามหลักธรรมข้อหนึ่งที่ชื่อว่า สาราณียธรรม ได้แก่ เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม และเมตตามโนกรรม คือ พึงตั้งจิตปรารถนาดีต่อกัน ทั้งในการกระทำ ถ้อยคำวาจา และความคิด มีความเมตตาเอื้อเฟื้อ ระหว่างเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระภิกษุสามเณร ตลอดจนพุทธศาสนิกชน สาธารณโภคี หมายความว่า ต้องดูแลจัดการศาสนสมบัติ ตลอดจนผลประโยชน์ต่างๆของวัดด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และเอื้อเฟื้อต่อสัทธิวิหาริก อันเตวาสิก อย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันอธิกรณ์ และข้อครหา อันจะเกิดในภายหลัง สีลสามัญตา พึงตั้งมั่นในศีลและจริยาวัตรอันดีงามร่วมกัน ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ มส. และกฎหมายคณะสงฆ์ อย่างเสมอภาค เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ รักษาความเรียบร้อย สง่างาม สมแก่สมณสารูป และทิฐิสามัญญตา พึงปรับความเห็นและความเข้าใจ ให้สอดคล้องกัน รับฟังความคิดเห็นของกันและกัน แลกเปลี่ยนความรู้ด้วยเหตุผล และหลักพระธรรมวินัย เพื่อให้ทัศนคติในการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันจะนำไปสู่ความสามัคคีในการปกครองต่อไป