สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ว่ากระทรวงการคลังจีนประกาศว่า จีนจะยกเลิกนโยบายจัดเก็บภาษียานยนต์และเรือในอัตราครึ่งหนึ่งสำหรับยานยนต์ประหยัดพลังงาน รวมทั้งยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับยานยนต์พลังงานใหม่ ( เอ็นอีวี ) บางประเภท ได้แก่ ยานยนต์พาณิชย์ไฟฟ้าล้วน ยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และยานยนต์พาณิชย์เซลล์เชื้อเพลิง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 โดยผู้เสียภาษีที่มียานยนต์เหล่านี้จะต้องชำระภาษีเป็นรายปี
อนึ่ง ภาษียานยนต์และเรือ เป็นภาษีทรัพย์สินที่เรียกเก็บเป็นรายปีจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองยานยนต์และเรือ โดยภูมิภาคระดับมณฑลสามารถกำหนดอัตราภาษี ที่ใช้บังคับเฉพาะพื้นที่ของตนได้ภายใต้กรอบอัตราภาษีที่กำหนด
ส่วนยานยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้าล้วนและยานยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงยังคงไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับนโยบายครั้งนี้ และจะได้รับการยกเว้นภาษีต่อไป เนื่องจากยานยนต์ทั้งสองประเภทไม่อยู่ในขอบเขตการจัดเก็บภาษีตามกฎหมาย ว่าด้วยภาษียานพาหนะและเรือ
นับตั้งแต่ปี 2555 จีนดำเนินนโยบายภาษีพิเศษสำหรับยานยนต์และเรือ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ รวมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและลดการปล่อยมลพิษ ทว่าภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากการให้สิทธิพิเศษทางภาษีและการกำกับดูแลด้านภาษี
บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า การปรับนโยบายครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและนำสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่
ด้านนายเหลียง จี้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยรายได้ภาครัฐ สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์การคลังแห่งประเทศจีน กล่าวว่า ภาษียานยนต์และเรือมีบทบาททั้งในการกระจายความมั่งคั่งและเป็นเครื่องมือกำกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ กลุ่มนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมระบุว่าภาษียานยนต์และเรือนั้นมีมูลค่าไม่สูงนัก ตัวอย่างเช่น ภาษีประจำปีสำหรับยานยนต์นั่งส่วนบุคคลแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร อยู่ที่ 420 หยวน ( ราว 2,000 บาท ) ในกรุงปักกิ่ง และ 300 หยวน ( ราว 1,400 บาท ) ในนครเซี่ยงไฮ้และมณฑลกวางตุ้ง
นายหลิวปิน รองหัวหน้าศูนย์วิจัยกลยุทธ์และนโยบายยานยนต์ของจีน กล่าวว่า ภาษีข้างต้นคิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของต้นทุนการครอบครองยานยนต์ และครอบคลุมยานยนต์เพียงบางประเภทเท่านั้น จึงคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดในวงจำกัด
พร้อมสำทับว่า หลังจากพัฒนามาหลายปี อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนได้ก้าวพ้นจากการพึ่งพานโยบายพิเศษ และเข้าสู่ระยะใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดและการเติบโตด้วยตนเองแล้ว การปรับนโยบายครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการยกระดับการพัฒนา ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดต่อไป.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล : XINHUA
เครดิตภาพ : REUTERS



