นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) วางระบบบริหารจราจรทางอากาศ เพื่อรองรับการเติบโตของสนามบินภูมิภาค พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ตามความเหมาะสมของแต่ละสนามบิน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่าง และยกระดับจังหวัดเมืองรองให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า จังหวัดพิษณุโลกถือเป็นประตูสู่ภาคเหนือตอนล่าง เชื่อมโยงจังหวัดสำคัญ ได้แก่ สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และตาก ซึ่งมีศักยภาพด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางอากาศ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง การกระจายรายได้สู่ภูมิภาค และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไทยช่วยไทยพลัสขณะนี้

ด้านนายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า ปัจจุบันสนามบินพิษณุโลกมีเที่ยวบินเฉลี่ย 1,838 เที่ยวบินต่อเดือน แบ่งเป็น เที่ยวบินทหาร 1,139 เที่ยวบิน (62%) และเที่ยวบินพลเรือน 699 เที่ยวบิน (38%) มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการวันละ 5 เที่ยวบิน ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย 3 เที่ยวบิน และไทยไลอ้อนแอร์ 2 เที่ยวบิน โดย บวท. ได้เตรียมความพร้อมด้านระบบ อุปกรณ์ และบุคลากร เพื่อรองรับการขยายตัวของปริมาณเที่ยวบินในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีการให้บริการจราจรทางอากาศ

นายสุรชัย กล่าวต่อว่า บวท. เตรียมนำระบบ Aerodrome Flight Information Service (AFIS) ซึ่งเป็นระบบให้บริการข้อมูลการบินในเขตสนามบินด้วยเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ มาใช้สำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารห้วงอากาศ ลดการใช้กำลังคน และยกระดับมาตรฐานการให้บริการ โดยมีแผนนำร่องใช้งานครั้งแรกของประเทศไทยที่สนามบินแพร่ และสนามบินเพชรบูรณ์ ภายในปี 2571 เป็นการรองรับการเติบโตของการเดินทางทางอากาศ และถือเป็นต้นแบบการพัฒนาสนามบินภูมิภาคของประเทศ.