เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 6 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. … วงเงิน 10,328 ล้านบาท เพื่อโอนงบประมาณไปเป็นงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาผ่าน 3 วาระ แล้วส่งมายังวุฒิสภา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาชี้แจงร่างฯ ด้วยตนเอง โดยกล่าวว่า กฎหมายนี้เป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการ จำนวน 10,328,065,100 บาท ไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า โดยการนำไปจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ มีดังนี้ 1. รายจ่ายประจำทุกงบรายจ่ายที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและยังไม่มีข้อผูกพันหรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์ และการเดินทางราชการไปต่างประเทศ 2. รายจ่ายลงทุนในทุกงบรายจ่าย อาทิ รายการปีเดียวและรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณ ที่ยังไม่สามารถประกวดราคา หรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิ.ย. 69 หรือรายการที่หน่วยรับงบประมาณ พิจารณาแล้วเห็นว่าหมดความจำเป็นและต้องการยกเลิกหรือสามารถชะลอการดำเนินการได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการหรือไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ครั้งนี้ รัฐบาลคำนึงถึงการบริหารงบประมาณรายจ่าย ในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ ตามแนวนโยบายของรัฐในการให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิและสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม รวมทั้งการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่างๆ ที่ยังสามารถดำเนินงานต่อไปได้บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ พิจารณาโดยไม่มีการแก้ไข
“ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณประธาน และ สว. ที่ได้กรุณาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ ฉบับนี้ สำหรับข้อคิดเห็น ข้อคำแนะนำ และข้อเสนอ รวมทั้งความห่วงใยที่สมาชิกวุฒิสภาจะได้พิจารณาเสนอแนะไว้ ตลอดระยะเวลาการประชุม รัฐบาลจะขอรับไว้ด้วยความขอบคุณ และจะนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ชี้แจงเสริมว่า รัฐบาลได้คำนึงถึงการคำนวณรายจ่ายในไตรมาสสาม และไตรมาสสี่ ของปี 2569 ตามแนวนโยบายในการบริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริการ การสร้างงาน สร้างรายได้ ระดับพื้นที่ ตลอดจนข้อผูกพันต่างๆ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ตามพื้นฐานที่สอดคล้องในสถานะปัจจุบัน และขอให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ พ.ร.บ.โอนงบฯ เพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบฯ เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด




