เมื่อวันที่ 6 ก.ค. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อเตรียมความพร้อมการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช และร่วมประชุมกับกรมศิลปากร ส่วนราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช

รมว.วธ. กล่าวว่า ศูนย์มรดกโลกมีหนังสือเชิญราชอาณาจักรไทย ในฐานะรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 48 (48th Session of the World Heritage Committee) ระหว่างวันที่ 19-29 ก.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน (Busan Exhibition and Convention Center: BEXCO) นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยจะมีการเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกวัฒนธรรมวัดพระมหาธาตุฯ เป็นแหล่งมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (OUV) คือเป็นหลักฐานการหลอมรวมศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และเถรวาท ในเอเชียกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรม ประเพณีทางศาสนาและท้องถิ่นที่ส่งอิทธิพลให้กับอาคารสิ่งก่อสร้างในภูมิภาค มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของมรดกโลก (Criterion) ได้แก่ เกณฑ์ข้อที่ 2 วัดพระมหาธาตุฯ แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่มีต้นแบบมาจากศิลปะปาละในนาลันทา ชวาภาคกลาง ลังกา และมอญจากภาคใต้ของเมียนมา และส่งอิทธิพลให้กับศาสนสถานในประเทศไทย มาเลเซีย และแหล่งอื่นๆ รวมทั้งเกณฑ์ข้อที่ 6 วัดพระมหาธาตุฯ เป็นประจักษ์พยานของระบบความเชื่ออันหลากหลายและเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งประเพณีทางศาสนาที่ยังคงดำเนินอยู่มีความโดดเด่นระดับสากลในทางศิลปะและวรรณกรรม อาทิ การแสดงโนรา และตำนานท้องถิ่น แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งศักดิ์สิทธิ์และชุมชนโดยรอบ สร้างแรงบันดาลใจให้ศาสนสถานและชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยและแหล่งอื่น ๆ

น.ส.ซาบีดา กล่าวอีกว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี หากวัดพระมหาธาตุฯ ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก จะถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ของไทย โดยกรมศิลปากรและ จ.นครศรีธรรมราช ได้รายงานเรื่องการเตรียมเฉลิมฉลองของวัดพระมหาธาตุฯ ในฐานะแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย ตลอดเดือน ก.ค. ทั้งนี้ก่อนการประกาศรับรองจะมีการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์วัดพระมหาธาตุฯ และเส้นทางการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และการประชาสัมพันธ์ในจังหวัดให้ประชาชนรับทราบ ช่วงวันประกาศรับรอง ระหว่างวันที่ 26-27 ก.ค. 2569 จะมีการจัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ฉลองการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ เป็นมรดกโลก การสวดธัมมจักกัปวัตตนสูตร กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่สากล (มโนราห์) กิจกรรมการแสดงแสงสีเสียงสื่อผสมตำนานวัดพระมหาธาตุฯ และการประดับไฟองค์พระบรมธาตุ รวมถึงการตกแต่งประดับเมืองภายใต้แนวคิด “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ศรัทธาคู่เมืองนคร มรดกโลกคู่มนุษยชาติ” หลังการประกาศรับรองแล้วก็จะจัดการเสวนา การแสดงโขนเฉลิมฉลองมรดกโลก การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และพิธีหล่อเทียนพรรษา และกรมศิลปากรจะเปิดให้เข้าชมห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรพระมหาธาตุ แห่งเมืองนครศรีธรรมราช ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เป็นครั้งแรกในวันที่ 26 ก.ค. 2569 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้

น.ส.ซาบีดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการจัดการแหล่งมรดกโลกวัดพระมหาธาตุฯ และการจัดทำรายงานสถานภาพการอนุรักษ์ ตามข้อแนะนำของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งจะต้องจัดส่งให้ศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ธ.ค. 2572 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแหล่ง และแนวทางการอนุรักษ์ เช่น การปรับปรุงพื้นที่กันชน การปรับปรุงแนวทางการอนุรักษ์ การจัดทำฐานข้อมูลดิจิทัล การศึกษาความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร การอนุรักษ์โบราณสถาน การจัดทำยุทธศาสตร์อนุรักษ์ระยะยาว การศึกษาพื้นที่ศาสนสถานฮินดู และการคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ ซึ่ง วธ. โดยกรมศิลปากรและ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการหารือแนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว



