สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่า ครัวเรือนหลายพันแห่งในอำเภอต่าง ๆ ของอินโดนีเซีย ประสบกับการขาดแคลนน้ำฝนมานานหลายสัปดาห์ ส่งผลให้สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ (บีเอ็นพีบี) เรียกร้องให้หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค เสริมสร้างความพร้อมรับมือกับภัยแล้ง

“บีเอ็นพีบีขอเรียกร้องให้หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคทุกแห่งและสาธารณชน เสริมสร้างความพร้อมรับมือกับภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำสะอาด และไฟป่า” นายอับดุล มูฮารี โฆษกของบีเอ็นพีบี กล่าวในแถลงการณ์ พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนประหยัดน้ำ และหลีกเลี่ยงการเผาที่ดินหรือขยะ ซึ่งอาจก่อให้เกิดไฟป่าในช่วงฤดูแล้งได้

รายงานล่าสุดระบุว่า ครัวเรือนมากกว่า 7,100 แห่ง ประสบปัญหาการเข้าถึงน้ำสะอาดในบางพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทำให้ทางการเริ่มจัดส่งและแจกจ่ายน้ำสะอาดแล้ว ขณะที่หลายภูมิภาคประกาศเตือนภัยแล้ง 90 วัน เพื่อเร่งดำเนินมาตรการตอบสนองฉุกเฉิน

เนื่องจากปรากฏการณ์สภาพอากาศเอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้น สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศวิทยา และธรณีฟิสิกส์ (บีเอ็มเคจี) จึงเตือนว่า ฤดูแล้งในปีนี้อาจ “รุนแรงมาก” ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของภัยแล้งที่ยาวนาน และความเสียหายของพืชผล

ภายในช่วงกลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เขตภูมิภาคของอินโดนีเซียสัดส่วน 37% เข้าสู่ฤดูแล้งอย่างเป็นทางการแล้ว อีกทั้งพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ ก็มีปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าปกติ ซึ่งบีเอ็มเคจีคาดการณ์ว่า ฤดูแล้งจะรุนแรงที่สุดระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. โดยปริมาณน้ำฝนจะต่ำกว่าปกติในพื้นที่มากกว่า 80% ของประเทศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS