รายงานข่าวจาก ไลน์ ประเทศไทย  เปิดเผยว่า ไลน์ ทูเดย์ โพล  ได้สำรวจความความคิดเห็นคนไทย พบว่า นไทยยังคงให้ความสำคัญกับ “ปากท้อง” และความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดย สิ่งที่คนไทยต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขมากที่สุดภายในปี 69 คือ การควบคุมค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมัน คิดเป็น 38.5% รองลงมาคือ การปรับโครงสร้างค่าจ้างและเงินเดือนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ 21.31% และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ 13.55%

ความไม่แน่นอนดังกล่าวยังสะท้อนชัดในพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินของคนไทย โดยเมื่อถามถึงแนวทางการจัดพอร์ตลงทุนเพื่อรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจ คนไทยส่วนใหญ่เลือก ถือเงินสด เพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์มากกว่าการลงทุน คิดเป็น 40.6% รองลงมาคือ การโยกเงินไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ 18.81% และการพักเงินไว้ในตราสารหนี้หรือพันธบัตรรัฐบาลที่มีความเสี่ยงต่ำ 16.73% สะท้อนให้เห็นว่า “ความมั่นคง”กลายเป็นสิ่งที่คนไทยให้ความสำคัญมากกว่าการแสวงหาผลตอบแทนในช่วงเวลานี้

ขณะที่ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าในประเทศ จนภาครัฐต้องออกมาตรการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อช่วยบรรเทาภาระของประชาชน ซึ่งผลกระทบดังกล่าวยังสะท้อนมายังพฤติกรรมการใช้จ่ายและการเดินทางของผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยผลสำรวจพบว่า คนไทยส่วนใหญ่เลือกงดแผนการท่องเที่ยวต่างประเทศเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย คิดเป็น 26.59% ขณะที่ 23.25% ยังคงเดินทางตามแผนโดยหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในอนาคต และอีก 23.08% ระบุว่ายังไม่มีแผนการเดินทางที่ชัดเจน สะท้อนถึงความระมัดระวังในการใช้จ่ายท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามแม้ แม้เศรษฐกิจและสังคมจะเผชิญความท้าทาย แต่คนไทยยังคงเชื่อมั่นในพลังของวัฒนธรรมและความบันเทิงไทยที่สามารถสร้างทั้งความสุขและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ต้องการผลักดัน “เทศกาลลอยกระทง” ให้เป็น ซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วคะแนน 55.79% ทิ้งห่างเทศกาลผลไม้ภาคตะวันออก 16.16% และประเพณีผีตาโขน 10.53%

นอกเหนือจากกระแส Run Club และการเต้นแอโรบิกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คนไทยยังพร้อมเปิดรับกิจกรรมสุขภาพรูปแบบใหม่ ๆ ที่สามารถทำได้ง่ายและเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน ผลสำรวจพบว่า “การเดินเร็ว” เป็นกิจกรรมสุขภาพที่คนไทยอยากให้กลายเป็นไวรัลมากที่สุดในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยคะแนน 27.20% ตามด้วยการเต้นลีลาศ 23.41% และโยคะกลางแจ้ง 12.93% สะท้อนให้เห็นว่า เทรนด์สุขภาพของคนไทยกำลังขยับจากการออกกำลังกายเพื่อรูปลักษณ์ ไปสู่การดูแลสุขภาพระยะยาวและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น