เมื่อเวลา 16.29 น. วันที่ 6 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล ที่คะแนนของตัวนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยลดลง ว่า โพลเหมือนกระจกส่องตัวเอง วันนี้ต้องขอบคุณผู้ทำโพลและคนที่แสดงความคิดเห็นเราก็ต้องฟัง เราเคยป๊อปปูลาร์แล้วคะแนนมันน้อยลง แสดงว่าต้องมีปัญหาตรงไหนเราก็ต้องแก้ไขตรงนั้น ตนสนใจโพลมาตลอด เพราะตนก็มาจากโพล ตอนนี้โชคดีเหลือ 21% จาก 26% ต้องกลับไปที่เดิมให้ได้

เมื่อถามว่า 5% ที่หายไปคิดว่าเป็นจุดใด นายกฯ กล่าวว่า คงหลายเรื่อง บางทีเราสื่อสารไม่ชัดเจน ไม่เต็มที่ อาจคิดว่าประชาชนไม่ถือสาหาความ เลยไม่ได้เน้น วันนี้ก็ท้วงติงรัฐมนตรีไปหลายคน ยังสื่อสารไม่ดีก็ต้องยอมรับ ต้องพยายาม ซึ่งวันนี้ตนก็เชิญรัฐมนตรีมาประชุมแทบทุกคน

“ถ้ายังเป็นรัฐมนตรีโลกลืม นายกฯ ก็จะลืมบ้าง ถ้านายกฯ ลืมก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต้องมานั่งคุยกัน แต่ ครม.ชุดนี้เพิ่งทำงานมา 2 เดือน การตัดสินใจหรือทำอะไรขึ้นมา เราต้องอธิบายเขาให้ได้ครบ สมมุติผมจะปรับ ครม. จะให้ใครออกใครเข้า ไม่ใช่ผลัดกันเป็นไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ผมต้องอธิบายเขาได้ว่าทำไมถึงไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป” 

เมื่อถามต่อว่าได้เตือนรัฐมนตรีกระทรวงที่โลกลืมไปแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็เริ่มเตือนตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ก็จะเตือนอีกเพราะวันนี้มีเรื่องของโพลเข้ามา เดี๋ยวก็ต้องมีคนบอกว่าเรื่องโพลก็มักจะออกมาเช่นนี้ แต่ตนสนใจทุกโพล แม้เป็นโพลตามตำบลก็สนใจ เพราะถ้าเขาไม่สนใจไม่ติดตามเรา เขาก็จะให้คะแนนเราไม่ได้ ภูมิใจไทยมีรัฐมนตรี 27 คน ถ้าคนหนึ่งสื่อสารก็ได้ 27 ข่าวแล้ว ทุกคนทำงานหมดแต่ไม่สื่อสารออกไป เราก็ต้องให้เขาปรับปรุงตัวตรงนี้

เมื่อถามอีกว่าจะใช้เวลาประเมิน ครม.ชุดนี้เท่าไร นายกฯ กล่าวว่า “ไม่นานหรอกครับ ก็มีหลักปฏิบัติอยู่ทั่วไปเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ผมยืนยันว่ารัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่มีใครอยู่เฉยอย่างแน่นอน แต่ต้องสื่อสารด้วย ต้องเป็นหลวงรอบรู้ ไม่ใช่ว่าทำงานเก่งแต่ไม่พูดไม่จา ไม่สื่อสารทำคนเดียวอย่างนี้ก็ไม่ได้” 

เมื่อถามด้วยว่านายกฯ รู้สึกเหมือนพูดอยู่คนเดียวในทุกๆ เรื่องหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผู้สื่อข่าวก็ไปถามรัฐมนตรีคนอื่นบาง มัวถามแต่ผม ผมก็เกรงใจ พวกเราเหมือนพี่น้องกัน บางทีผมเดินหนีผู้สื่อข่าวไม่บอก ขึ้นรถไปผมก็นั่งปาดน้ำตาว่าวันนี้เราไม่ค่อย Nice กับน้องๆเลย ก็ไม่อยากเป็นอย่างนั้น แต่ก็ต้องดูว่างานอะไร หากเป็นเศรษฐกิจก็ถาม รมว.คลัง รมว.พาณิชย์ อย่างที่บอกพวกนั้นก็ไม่เคยไปกินลาบกับผู้สื่อข่าวมีแต่ผมไปกิน เดี๋ยวต้องให้เขาสร้างความคุ้นเคย” 

เมื่อถามต่อว่าในส่วนของประธานคณะกรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ก็เหมือนทำงานกันคึกคักขึ้น จะมีโอกาสที่คนเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า พรรคการเมืองยิ่งใหญ่ก็ต้องยิ่งให้สมาชิกได้แสดงฝีมือและผลงาน 

เมื่อถามอีกว่ายึดหลักอะไรหากจะมีการปรับ ครม. นายกฯ กล่าวว่า ผลงาน ความสามารถ ความทุ่มเท 

เมื่อถามย้ำว่ามีรัฐมนตรีที่เข้าข่ายต้องถูกเตือนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะให้ตนพูดตรงนี้ได้อย่างไร ตนเตือนก็เข้าห้องเย็นของตน