วันที่ 7 ก.ค. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความขอบคุณสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ชื่นชมการทำงานของกระทรวงพาณิชย์และทีมไทยแลนด์ หลังประสบความสำเร็จในการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 9 ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างก้าวกระโดด สามารถปิดดีลได้ถึง 8 ประเด็น หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด และกำลังก้าวเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเจรจา 

นางศุภจี กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่ได้รับแจ้งจากหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยว่า การเจรจารอบนี้มีความคืบหน้ามาก เป็นผลจากแรงสนับสนุนทางการเมืองจากการหารือในระดับสูงของทั้งสองฝ่าย ที่เราร่วมหารือกับกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และกรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สามารถสรุปผลได้โดยเร็ว 

“การเจรจาความตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ไทยและสหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 9 ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญนั้น เป็นการทุ่มเทอย่างเต็มกำลังอีกครั้งของทีมกระทรวงพาณิชย์และทีมไทยแลนด์ จนทำให้การเจรจาเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว และคำชื่นชมจากท่านประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นกำลังใจให้พวกเรามากๆ” 

ทั้งนี้ การเจรจาในรอบที่ 9 ซึ่งสามารถจบได้ 8 ประเด็น นับว่าบรรลุผลได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด ถือเป็นความคืบหน้าแบบก้าวกระโดด โดยการเจรจาในรอบที่ 10 จะเริ่มในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งหากว่าทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ จะเป็นอีกหนึ่ง ‘ข่าวดี’ ของประเทศ ที่เราจะมีคู่ค้าที่สำคัญในยุโรปเพิ่มขึ้น

โดยการเจรจารอบต่อไป เราจะมุ่งขับเคลื่อนประเด็นที่เหลืออีก 1 ใน 3 ซึ่งมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การจัดการพลังงานและวัตถุดิบ การค้าดิจิทัล บริการและลงทุน ตลอดจนกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา

“ภายใต้ความตกลงดังกล่าว เราจะเดินหน้าดูแลพี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ รวมถึงเอสเอ็มอีของไทย ให้สามารถใช้ประโยชน์จาก FTA ได้อย่างทั่วถึง” 

นางศุภจี กล่าวว่า ขอหยิบยกข้อความของ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า “สิ่งสำคัญคือ ต้องทำให้ FTA เป็นเครื่องมือที่ผู้ประกอบการใช้ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงความต้องการเชิงนโยบาย”

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และทีมไทยแลนด์จะเดินหน้าเต็มที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้