องค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน (West Kowloon Cultural District Authority: WKCDA หรือ “องค์การฯ”) เปิดตัวแคมเปญใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “WestK in Bangkok” โดยเลือกกรุงเทพมหานครเป็นจุดหมายแรก ระหว่างวันที่ 6–12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลายจัดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงสร้างเครือข่ายสำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว งานเลี้ยงสร้างเครือข่ายกับผู้นำภาคธุรกิจ และความร่วมมือพิเศษกับ Butterbear ไอดอลอันเป็นที่รักของไทย ผ่านการจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ ณ สยามพารากอน จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์และประสบการณ์ของ WestK สู่สายตาชาวไทย

แคมเปญ “WestK in Bangkok” สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์การฯ ในการผลักดันเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน (WestK) ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชั้นนำของเอเชียในระดับโลก พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือกับภาคศิลปะวัฒนธรรม และธุรกิจของประเทศไทย ซึ่งกิจกรรมสำคัญภายใต้แคมเปญนี้ประกอบด้วย งานเลี้ยงสร้างเครือข่ายสำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของไทย และงานเลี้ยงสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจในกรุงเทพฯ โดยคณะผู้บริหารขององค์การฯ จะนำเสนอไฮไลต์ของแคมเปญด้านศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดจนกิจกรรมที่จัดขึ้นตลอดทั้งปีของ WestK รวมถึงแผนแม่บทการพัฒนาเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน ซึ่งครอบคลุมทั้งโครงการสำนักงาน อาคารที่พักอาศัย โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านศิลปะและวัฒนธรรมใน WestK

เพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมที่เป็นหัวใจของ WestK จึงร่วมมือกับ Butterbear ไอดอลยอดนิยมของไทย จัดแสดงผลงานสุดสร้างสรรค์ 2 จุด ภายใต้แนวคิด “Butterbear’s WestK Experience” ณ สยามพารากอน จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ใจกลางกรุงเทพฯของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ระหว่างวันที่ 6–12 กรกฎาคม ซึ่งประกอบไปด้วย จุดถ่ายภาพแบบอินเมอร์ซีฟ พร้อมให้แฟน ๆ ร่วมกิจกรรมสะสมตราประทับเพื่อแลกรับของที่ระลึกรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน “WestK x Butterbear” โดยความร่วมมือครั้งนี้บอกเล่าการเดินทางสัมผัสประสบการณ์ศิลปะของ Butterbear ที่ได้ไปเยือน WestK เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวและประสบการณ์ทางศิลปะที่โดดเด่นของ WestK ให้ผู้ชมชาวไทยได้รู้จัก ไม่ว่าจะเป็น M+, พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (Hong Kong PalaceMuseum), Xiqu Centre รวมถึงการแสดงศิลปะการแสดงและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของพื้นที่

นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2565 เป็นต้นมา WestK ได้สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างสถาบัน ต่าง ๆ ของทั้งสองพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จเยือนของพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย ในขณะที่ หอภาพยนตร์ (Thai Film Archive) เป็นหนึ่งในสถาบันวัฒนธรรมต่างประเทศแห่งแรกที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) กับ M+ ภายในงาน Hong Kong International Cultural Summit (HKICS) ครั้งแรก ซึ่งองค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูนเป็นเจ้าภาพในปีพ.ศ. 2567 อีกทั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาวิทยากรและผู้นำจากสถาบันวัฒนธรรมของไทยยังได้รับเชิญให้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในงาน HKICS 2026 ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีต่อฮ่องกง โดยในปีพ.ศ. 2568 ฮ่องกงต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยมากกว่า 560,000 คน เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อนหน้า และจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีพ.ศ. 2569

WestK ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40 เฮกตาร์ (250 ไร่) ตลอดแนวชายฝั่งอ่าววิกตอเรียเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ภายในพื้นที่ประกอบด้วยสวนสาธารณะและพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ พิพิธภัณฑ์ระดับโลก 2 แห่ง ได้แก่ M+ และ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (Hong Kong Palace Museum) รวมถึงสถานที่จัดการแสดงศิลปะหลายแห่ง เช่น Xiqu Centre รวมถึง ฟรีสเปซ โดยเมื่อ WestK Performing Arts Centre ซึ่งเป็นศูนย์ศิลปะการแสดงที่ใหญ่ที่สุดของพื้นที่ เปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2570 WestK จะมีโรงละครรวมทั้งสิ้น 10 แห่ง รองรับการจัดแสดงศิลปะและวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบ

ไฮไลต์กิจกรรมของ WestK ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

  • พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (Hong Kong Palace Museum: HKPM) เปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านนิทรรศการที่ถ่ายทอดศิลปะและวัฒนธรรมจีน โดยพิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพิพิธภัณฑ์พระราชวัง นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพระราชวังต้องห้าม ผ่านห้องจัดแสดงถาวรตามธีมทั้ง 5 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทยอยปรับปรุงและนำเสนอผลงานการจัดแสดงใหม่ อาทิ
    • นิทรรศการ “The Hong Kong Jockey Club Series: The Forbidden City and the World – Cultural Encounters” ซึ่งจัดแสดง ณ แกลเลอรี 1 เพื่อนำเสนอพระราชวังต้องห้ามในฐานะศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับนานาประเทศ
    • “Heavenly Horses: Masterpieces from the Palace Museum” ณ แกลเลอรี 4 เป็นนิทรรศการขนาดใหญ่ครั้งแรกในฮ่องกงที่รวบรวมผลงานจิตรกรรมม้าคลาสสิกของจีนจากหลากหลายราชวงศ์
    • ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ แกลเลอรี 5 จะเปิดนิทรรศการใหม่ที่นำเสนอเรื่องราวของ “โรงช่างหลวงในสมัยราชวงศ์ชิง” ซึ่งรับผิดชอบการผลิตและบูรณะเครื่องใช้และเครื่องตกแต่งสำหรับราชสำนัก
    • ในเดือนพฤศจิกายน แกลเลอรี 2 จะเปิดนิทรรศการใหม่ภายใต้แนวคิด “สี่ฤดู” ถ่ายทอดวิถีชีวิตในราชสำนักผ่านการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลทั้งฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว
    • นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง (HKPM) ยังเตรียมจัดนิทรรศการพิเศษ “Cultural Exchange and Buddhist Art along the Silk Roads” ระหว่างวันที่ 9ธันวาคม 2569 – 26 เมษายน 2570 นิทรรศการดังกล่าวจะรวบรวมผลงานศิลปะพุทธศาสนาชั้นเยี่ยมเกือบ 150 ชิ้น จากคอลเลกชันระดับโลกของ Guimet – National Museum of Asian Arts กรุงปารีส ร่วมกับโบราณวัตถุสำคัญจากพิพิธภัณฑ์ในจีนแผ่นดินใหญ่ ประกอบด้วยประติมากรรม งานแกะสลักงาช้าง เครื่องแก้ว เครื่องทอง และสิ่งทอ เพื่อนำเสนอเส้นทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและพัฒนาการ ของศิลปะพุทธตลอดเส้นทางสายไหม
  • M+ นำเสนอนิทรรศการพิเศษที่เปิดมุมมองใหม่ของวัฒนธรรมทัศนศิลป์ ในฐานะพิพิธภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลกของเอเชีย M+ มุ่งสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การค้นพบ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน
    • นิทรรศการพิเศษ “Design Ah! Experience the Wonder of Everyday Design” (จัดแสดงถึงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2570) เชิญชวนผู้เข้าชมได้สำรวจบทบาทของการออกแบบที่อยู่รอบตัวในกิจกรรมประจำวัน เช่น การเดิน การรับประทานอาหาร และการนั่ง ผ่านเกม กิจกรรมแบบมีส่วนร่วม และสื่อภาพและเสียงที่สร้างประสบการณ์เสมือนจริง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ
    • อีกหนึ่งนิทรรศการพิเศษ ได้แก่ “Myths and Monsters: The Art of Fantasy in Asia” ซึ่งจัดแสดงระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม 2569 – 4 เมษายน พ.ศ.2570 นำเสนอวิวัฒนาการของภาพจินตนาการในวัฒนธรรมทัศนศิลป์ของเอเชีย ตั้งแต่ศิลปะแบบดั้งเดิมและลัทธิเหนือจริงในยุคแรกของเอเชีย ไปจนถึงมังงะ อนิเมะ และสุนทรียศาสตร์ดิจิทัลร่วมสมัยระดับโลก พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าศิลปินในแต่ละยุคสมัยใช้จินตนาการเพื่อตอบสนองต่อบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
  • WestK Jazz Fest 2026 ซึ่งจะจัดกิจกรรมในวันที่ 13–15 และ 17–22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปีของฮ่องกง ซึ่งจัดโดย WestK Performing Arts จะกลับมาเป็นครั้งที่ 8 พร้อมขยายระยะเวลาการจัดงานเป็น 9 วัน ครอบคลุม 2 สัปดาห์ นับเป็นการจัดงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภายในงานจะรวบรวมศิลปินแจ๊สชั้นนำจากฮ่องกงและทั่วโลก พร้อมการแสดงมากกว่าหนึ่งร้อยรายการ รวมถึงกิจกรรมเข้าชมฟรีที่จัดขึ้นทั่วพื้นที่ WestK เพื่อมอบประสบการณ์ทางดนตรีและวัฒนธรรมแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกกลุ่ม
  • WestK Christmas Fest 2026 ซึ่งจะจัดกิจกรรมในวันที่ 4 ธันวาคม 2569 – 3 มกราคม พ.ศ. 2570 โดยเทศกาลนี้จะเปลี่ยนพื้นที่ริมอ่าววิกตอเรียให้กลายเป็นดินแดนแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลคริสต์มาส โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ ต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ประจำงาน ตลาดคริสต์มาสที่คัดสรรร้านค้าคุณภาพ การแสดงสด และกิจกรรมสำหรับครอบครัวตลอดเทศกาล สำหรับ WestK Christmas Town 2025 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่า 1.28 ล้านคน ภายในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์