เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) และ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศปบย.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัย ซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บบุหรี่ไฟฟ้าของเครือข่ายจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านไลน์แอคเคาท์ โดยได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัยในพื้นที่เขตทุ่งครุ จำนวนทั้งหมด 4 จุด

จากการปฏิบัติการตรวจค้น 1 ใน 4 จุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยและพบผู้ต้องหาที่ 1 กำลังขนถุงกระสอบลงมาจากรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงหมายค้นเพื่อขอตรวจสอบ พบว่าภายในกระสอบบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 300 กล่อง โดยผู้ต้องหาที่ 1 ให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับนำไปส่งตามยอดที่มีการสั่งซื้อเข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อเนื่องในทันที

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นโกดังซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่รกร้างในซอยประชาอุทิศ 16 แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร พบผู้ต้องหาที่ 2 แสดงตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว ผลการตรวจค้นภายในโกดังอย่างละเอียด พบของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าชนิดต่างๆ รวมประมาณ 15,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อสั่งสินค้า และรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งสินค้า นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ตามกฎหมายต่อไป

สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมาตรการระดมกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าของ ศปบย.ตร. ที่กำหนดให้ทุกหน่วยสืบสวนจับกุมผู้ที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และให้ขยายผลไปยังแหล่งเก็บบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อตรวจยึดของกลาง เป็นการตัดวงจรการแพร่กระจายสินค้าในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเครือข่ายที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 ได้สืบสวนติดตามการกระทำความผิดของบัญชี LINE Official Account ชื่อบัญชี “LOVER__” ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการตั้งค่าบัญชีเป็นสาธารณะทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จึงได้ดำเนินการสืบสวนข้อมูลจนทราบพื้นที่ต้องสงสัยที่จะมีการเก็บบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับรอจำหน่ายของเครือข่ายดังกล่าว และได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลางเข้าทำการตรวจค้นจำนวน 4 จุด จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ในที่สุด

ทั้งนี้ ศปบย.ตร. ยังได้สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยที่มีการจับกุม ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังตัวการและผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดในเครือข่ายทั้งหมด พร้อมทั้งให้พิจารณาใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการกับผู้ต้องหาทุกรายอีกส่วนหนึ่งด้วย สำหรับประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเบาะแสมายัง ศปบย.ตร. ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Police Care หรือผ่านสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.



