เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.ค. มีมติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอให้รับโอนนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้ง นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ว่า ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง เนื่องจากนางพงษ์สวาท ปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปี ในวันที่ 18 ก.ค. นี้ ซึ่งต้องมีการปรับย้าย 

เมื่อถามว่า ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อเป็นปีที่ 5 ได้ใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า สามารถทำงานต่อได้ในส่วนนี้ เป็นดุลพินิจของรัฐมนตรีว่าจะต่อหรือไม่ ซึ่งนางพงษ์สวาท ปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้มายาวนานจนครบ 4 ปี ยืนยันว่า เป็นการย้ายตามวงรอบ เพราะแต่ละตำแหน่งของข้าราชการโดยทั่วไป แม้กระทั่งตำรวจเมื่อครบ 4 ปีก็ต้องย้าย 

เมื่อถามว่า กรณีของคนที่มาแทนมีแรงผลักดันทางการเมืองด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่มี เพราะนายปิยะศิริ ก็เคยอยู่ที่นี่มาก่อนแล้ว ปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรมมาหลายตำแหน่งแล้ว เชื่อว่าจะมีความเข้าใจในเนื้องานพอสมควร และเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่าด้วย 

เมื่อถามว่า กรณีมีการมองว่าการย้ายนางพงษ์สวาทในครั้งนี้ เป็นเหมือนการแช่แข็ง พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ที่อื่นก็มีผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วในส่วนนี้ ก็เป็นตำแหน่งที่เทียบเท่า และไม่ได้เสียสิทธิอะไร

พล.ต.ท.รุทธพล ยังกล่าวถึงการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รายงานผลการสอบสวนนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าชี้แจงกรณีเกี่ยวข้องกับคดีฟอเร็กซ์ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่า ยังไม่มีการรายงานมา แต่ตอนนี้ได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายประมาณ 100 คนแล้ว ควบคู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงข้อมูลธุรกรรมต่างๆ ซึ่งได้มาเยอะแล้ว ตนเชื่อว่า น่าจะทันปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งดีเอสไอจะชี้แจงมาอีกครั้ง