เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.ดส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชยุต ยอดยิ่งนาทกุล, พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์, พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ จ.272/2564 ลงวันที่ 15 พ.ย. 64 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยจับกุมได้ที่ภายในซอยอ่อนนุช 86 แยก 2 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 63 นายพรหมพิริยะ ตะเพียนทอง ผู้เสียหาย ได้แจ้งความกับตำรวจว่า มี น.ส.อาเมเลีย เพรช ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Amelia Presh ซึ่งเป็นแฟนเก่า ได้เข้ามาสนทนาทางโปรแกรมแชตของเฟซบุ๊ก กับผู้เสียหาย โดยแจ้งว่า ต้องการมาอยู่ที่ประเทศไทย ผู้เสียหายจึงได้ตอบตกลงและรับดูแลอำนวยความสะดวก ต่อมา น.ส.อาเมเลีย แจ้งว่า ต้องส่งข้าวของเครื่องใช้มาก่อนทางพัสดุ ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 63 ได้มีบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร โทรศัพท์มาแจ้งกับผู้เสียหายว่าพัสดุมาถึงแล้ว และให้จ่ายเงินค่าภาษีเพื่อนำพัสดุดังกล่าวออกไป เป็นเงินจำนวน 35,000 บาท โดยให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าว จากนั้นก็มีโทรศัพท์มาอีกครั้ง แจ้งว่า พัสดุผ่านเครื่องสแกนแล้ว พบว่าข้างในมีข้าวของเครื่องใช้และเงินสดเป็นจำนวนมาก ก่อนแจ้งให้ผู้เสียหายจ่ายเงินเบี้ยปรับในความผิดฐาน “นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่สำแดง” เป็นเงินจำนวน 98,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินตามจำนวนไปยังบัญชีเดิมอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นาน บุคคลดังกล่าวได้โทรศัพท์มาอีก โดยแจ้งว่า ต้องจ่ายเงินค่าปรับอีกจำนวน 200,000 บาท จึงจะนำพัสดุดังกล่าวออกมาได้ ผู้เสียหายเห็นว่าผิดสังเกต จึงไม่ได้โอนเงินแต่อย่างใด และได้มาแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ น.ส.เอ เจ้าของบัญชี รวมมูลค่าความเสียหาย 133,000 บาท

เบื้องต้นตำรวจทราบว่าเงินที่ถูกประทุษร้ายดังกล่าวได้ถูกเบิกถอนออกบริเวณ จ.ปทุมธานี และอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บริเวณหน้าธนาคารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในกานดำเนินคดีต่อไป.