เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่อาคารรับรองด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จ.สงขลา นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยพระราชกําหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า จากนี้จะได้ดำเนินการเรื่องที่มีการเตรียมการไว้ให้เดินหน้าได้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้แม้สหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงหยุดยิง แต่ก็ยังไม่มีความแน่นอน ฉะนั้นจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเทศไทยต้องมีการเตรียมความพร้อมรับมือ เพื่อลดความเสี่ยงการผูกพันเกี่ยวกับราคาพลังงาน 

เมื่อถามว่า วงเงิน 2 แสนล้านบาทส่วนหลัง ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะทําอย่างไรให้ตรงเป้า นายดนุชา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยในการจะสนับสนุนให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าในแต่ละเดือน ส่วนรูปแบบและวิธีการอยู่ในขั้นตอนของการหารือ อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าเราต้องมุ่งไปในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ส่วนโครงการของกระทรวงคมนาคม ที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านให้ใช้รถไฟฟ้า จะต้องมีการพูดคุยในรูปแบบให้ชัดเจนก่อน ยอมรับว่าการแลกรถเก่ากับรถใหม่ยังมีข้อจํากัดอยู่ เพราะยัง ไม่รู้ว่ารถเก่านั้นจะนําไปใช้ประโยชน์อย่างไร ก็งต้องหาแนวทางอื่นเป็นทางเลือก 

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการของกระทรวงมหาดไทย ที่จะให้มีการใช้รถเก็บขยะ และรถพยาบาล เป็นรถไฟฟ้า และระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร จะเข้าเงื่อนไขเป็นการใช้งบฉุกเฉินตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.ก. หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ในเรื่องของโครงการรัฐก็ส่วนหนึ่ง แต่ควรจะพุ่งเป้าไปที่ประชาชน เพื่อให้ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และจะต้องไปดูวิธีการที่จะดำเนินการต่อไป 

เมื่อถามถึงกรณีมีข้อเสนอ ให้ใช้งบดังกล่าวพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ตกริด หรือโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ นายดนุชา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะต้องดําเนินการอยู่แล้ว และขณะนี้มีการเตรียมไว้แล้ว แต่ไม่สามารถใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ได้ เพราะติดที่จะต้องใช้เงินภายในเดือนกันยายนปีงบ 2570 เพราะโครงการนี้ต้องใช้เวลาระยะยาว ซึ่งต้องดําเนินการโดย 3 การไฟฟ้า ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพราะหากเป็นงบลงทุนต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก็จะใช้เวลานาน 

เมื่อถามต่อว่า พ.ร.ก.กู้เงิน เมื่อนําไปใช้แล้ว จะทําให้ภาพรวมจีดีพีปีนี้ โตขึ้นหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า งบตัวนี้จะทําให้สถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศมีความแน่นอนมากยิ่งขึ้น และทําให้ภาคเอกชนมั่นใจ ฉะนั้นเชื่อว่าเศรษฐกิจภาพรวมก็จะดีขึ้น แต่อยู่ที่ว่างบสองแสนล้านนี้ จะเบิกจ่ายได้ตรงเป้าจริงหรือไม่