นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ กำลังจัดทำแนวทางดูแลค่าครองชีพ โดยเฉพาะการลดค่าอาหารปรุงสำเร็จ ของประชาชน โดยจะเปิดรับสมัครร้านอาหารเข้าโครงการจานด่วนราคาประหยัดจานละ 40 บาท  

“โครงการนี้จะต่อยอดโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยใช้ร้านอาหารที่มีอยู่ หรือเรียกว่าเป็น ข้าวแกงไทยช่วยไทย ก็ได้ โดยเราไม่ต้องการบังคับร้านอาหารหรือแทรกแซงว่าต้องลดราคาเมนูอาหารปรุงสำเร็จ จากที่มีการปรับเพิ่มไปก่อนหน้านี้ แต่จะเป็นความสมัครใจ ที่ร้านจะเข้าโครงการเอง โดยมีเงื่อนไขครบทั้งคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสม เช่น ข้าวราดกับข้าว 2 อย่าง ขายไม่เกิน 40 บาทเป็นต้น ถือเป็นมื้อทางเลือกของประชาชน โดยกระทรวงพาณิชย์ จะทำป้ายสัญลักษณ์ติดหน้าร้านให้ชัดเจนให้ประชาชนได้รับรู้และเป็นทางเลือกหาร้านอาหารชัดเจน”

กลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นมีร้านอาหารในเครือข่ายกระทรวงพาณิชย์ จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสก่อน ซึ่งมีประมาณ 2.5 แสนร้าน หากร้านอาหารใดสมัครเข้าโครงการฯ จะได้รับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือด้านวัตถุดิบเพื่อการปรุงอาหาร รายละ 3-5 พันบาท หรืออาจถึง 1 หมื่นบาท โดยตั้งเป้านำร่อง 1 แสนร้านก่อน ระยะเวลาโครงการอย่างน้อย 3 เดือน กำหนดจะเริ่มได้ทันทีที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. 

นางศุภจี กล่าวว่า คาดนำรายละเอียดที่ให้กรมการค้าภายในจัดทำ เสนอ ครม. ให้ได้ภายในสัปดาห์ที่สามของเดือน ก.ค. นี้ เพื่อจะเริ่มโครงการก่อนเดือน ส.ค. ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้าเดือนที่ 3 พอดี พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ กำลังเตรียมแนวทางแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือกับภาคเกษตรและผู้ประกอบการรายย่อย-เอสเอ็มอี อีกหลายชนิด อาทิ มะพร้าวกะทิแกง ปุ๋ยเคมี ช่วยเหลือเอสเอ็มอี แนวทางรับมือผลกระทบจากสินค้านำเข้าราคาถูกทะลักเข้าไทย เป็นต้น เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ และเตรียมของบประมาณเพิ่มเติมในส่วนนี้กว่า 1,000 ล้านบาท 

“แนวทางการให้ความช่วยเหลือและการแก้ปัญหานั้น กระทรวงพาณิชย์ ได้เตรียมการณ์มาก่อนหน้านี้ในหลายเรื่อง เพียงติดในเรื่องงบประมาณ เมื่อเงินกู้ 4 แสนล้านบาทผ่านการพิจารณาไม่ติดขัดอะไรแล้ว ก็จะนำข้อเสนอที่เตรียมไว้ เสนอที่ประชุม ครม. ภายในเดือน ก.ค. นี้”