สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่า  เอกสารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินฉบับล่าสุดของทรัมป์ ซึ่งยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมภาครัฐของสหรัฐ (โอจีอี) เผยให้เห็นว่า ทรัมป์ได้รับเงินมากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47,000 ล้านบาท) ในปีที่แล้ว จากโครงการสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ ของครอบครัว

การวิเคราะห์ของรอยเตอร์สเกี่ยวกับทรัพย์สินของทรัมป์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า พอร์ตการลงทุนในหุ้นและพันธบัตรของทรัมป์ เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 เท่า โดยเขาถือครองตราสารทางการเงินแบบดั้งเดิมเหล่านี้ มูลค่าระหว่าง 703-2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 23,560-87,000 ล้านบาท) เมื่อช่วงสิ้นปี 2568 เมื่อเทียบกับระหว่าง 225-608 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,540-20,375 ล้านบาท) ในช่วงสิ้นปี 2567

ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงเก็บเงินบางส่วนที่ได้รับจากสกุลเงินดิจิทัลเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีด้านสินทรัพย์ดิจิทัล 9 คน ที่ตรวจสอบบทวิเคราะห์ของรอยเตอร์ส กล่าวว่า เอกสารข้อมูลทางการเงินของทรัมป์ เผยให้เห็นถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนบุคคลของชายคนหนึ่ง ซึ่งไม่เชื่อมั่นว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นแหล่งสะสมความมั่นคั่งส่วนตัวหลักของเขา

“แม้ทรัมป์พูดถึงสินทรัพย์ดิจิทัลว่าเป็นแนวหน้าของการเงิน และทำให้สหรัฐเป็นเมืองหลวงสกุลเงินดิจิทัลของโลก แต่เอกสารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินกลับบ่งชี้ว่า กลยุทธ์ส่วนตัวของเขาคือ การทำกำไรอย่างรวดเร็วจากสกุลเงินดิจิทัล แล้วนำกำไรส่วนนั้นไปลงทุนในสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น หุ้น และพันธบัตร” นายทิโมธี แมสซาด ผู้อำนวยการโครงการนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัล จากวิทยาลัยการปกครองจอห์น เอฟ. เคนเนดี ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าว

ขณะที่โฆษกของธุรกิจครอบครัวทรัมป์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของทรัมป์ แสดงให้เห็นว่าบริษัท ทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น หรือ องค์กรทรัมป์ ยังคงรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากสินทรัพย์ที่มีมูลค่าระดับโลก สภาพคล่องที่มีนัยสำคัญ และงบดุลที่จัดทำขึ้นอย่างรอบคอบ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS