เปิดหลักสูตรอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง “นวัตกรรมการจัดการสุขภาพยุคดิจิทัล” หรือ HIDA รุ่นที่ 6 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่มีเป้าหมายพัฒนาผู้นำและผู้บริหารให้มีองค์ความรู้ด้านสุขภาพ รู้เท่าทันความเสี่ยงจากโรคยุคใหม่ และสามารถนำไปยกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากร เพื่อสร้างองค์กรสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

บรรยากาศวันปฐมนิเทศ ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่เรียนตลอดหลักสูตร มีผู้บริหารระดับสูงและผู้นำองค์กรจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้ารายงานตัวอย่างคึกคัก โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ดร.สมชาย อัศวเศรณี ประธานหลักสูตร พล.อ.ท.หญิง ผศ.ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตร พร้อมด้วยนักศึกษา HIDA รุ่นที่ 1–5 ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

พร้อมประเดิมองค์ความรู้ด้วยวงเสวนาหัวข้อ “นึกว่าดี แต่ทำผิดมาตลอด ทำให้ป่วย–แก่ก่อนวัย” โดย นพ.วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ และ อ.ฟูจิ ฟูจิซากิ พิธีกรรายการโทรทัศน์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านสุขภาพ

“หัวใจสำคัญของหลักสูตร HIDA คือการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงรุก เปลี่ยนแนวคิดจาก “รอให้ป่วยแล้วจึงรักษา” ไปสู่การรู้เท่าทัน ป้องกัน และลดความเสี่ยงจากโรค โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพราะเมื่อบุคลากรเจ็บป่วย ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวบุคคล แต่ยังส่งต่อถึงครอบครัว สังคม และองค์กร ทั้งในด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล การสูญเสียวันทำงาน และประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจ รศ.ดร.ชุติกาญจน์ ศรีวิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทากล่าว”

ด้านพล.อ.ท.หญิง ผศ.ดร.พัชรี พิพิธสุขสันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตร HIDA ระบุว่าเนื้อหาของหลักสูตรบูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์ 6 ศาสตร์ ได้แก่ การแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน ดุลยภาพบำบัด โฮมีโอพาธีย์ และศาสตร์แห่งความสุข พร้อมอัปเดตเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์จากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สอบถามและแลกเปลี่ยนประเด็นสุขภาพอย่างใกล้ชิด รวมถึงเรียนรู้ผ่านกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่

หลักสูตร HIDA ไม่ได้มุ่งสร้างผู้ที่มีความรู้ด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้าง “ผู้นำสุขภาพ” ที่สามารถนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอด วางแผน และออกแบบระบบดูแลบุคลากรภายในองค์กรได้อย่างเหมาะสม เพราะความแข็งแกร่งขององค์กรไม่ได้วัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากบุคลากรที่มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมเติบโตไปกับองค์กรอย่างยั่งยืน