จากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งล่าสุดที่ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้พรากชีวิตผู้คนไปถึง 30 ศพ (อัปเดตล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.ค.) และบาดเจ็บสาหัสอีกจำนวนมาก.. ภาพของเหยื่อที่วิ่งไปติดค้างเสียชีวิตในห้องน้ำเพราะหาทางหนีไฟไม่พบ สิ่งที่ทำให้หดหู่ที่สุดคือ ทุกครั้งที่วัวหายเราก็ระดมล้อมคอกกันทีหนึ่ง พอเวลาผ่านไปเรื่องก็เงียบหาย และปล่อยให้ระบบความปลอดภัยของสถานประกอบการไทยกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันทำงานซ้ำเล่า

หลายคนคิดว่าแค่เลี่ยงเที่ยวผับบาร์ก็ปลอดภัยแล้ว ทว่าในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย ต่างต้องก้าวขาเข้าไปใน “พื้นที่ปิด” หรือ “กล่องเหล็กติดแอร์” ที่ไม่ได้มีมาตรฐานป้องกันไฟดีไปกว่าสถานบันเทิงเลย และนี่คือ 4 ธุรกิจพื้นที่ปิดเสี่ยงตายในไทยที่เราต้องตื่นตัวอย่างเร่งด่วน

4 ธุรกิจพื้นที่ปิด “ภัยเงียบใกล้ตัว” ที่คนไทยต้องเช็กก่อนเข้า

1.ร้านคาราโอเกะตู้หยอดเหรียญ และห้องซ้อมดนตรี
ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิต? เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ต้องจำกัดเสียงดังรบกวนภายนอก มักจะกรุผนังด้วย “โฟมฟองน้ำซับเสียง” ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเกรดพลาสติกธรรมดาที่ไม่ได้ผสมสารหน่วงไฟ เมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจากตู้แอมป์หรือเครื่องเสียง โฟมเหล่านี้จะติดไฟและหลอมละลายกลายเป็นหยดน้ำมันเพลิงหยดลงมาราดตัวคนเบื้องล่าง พร้อมปล่อยก๊าซไซยาไนด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ในปริมาณเข้มข้น ทำให้หมดสติภายใน 1-2 นาที

2.โรงภาพยนตร์ และมินิเธียเตอร์
ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิต? โรงภาพยนตร์ตามหลักสถาปัตยกรรมจัดอยู่ในกลุ่ม “อาคารไร้ช่องเปิด” คือไม่มีแสงสว่างภายนอกและไม่มีหน้าต่างระบายอากาศแม้แต่บานเดียว โครงสร้างทั้งหมดบุด้วยวัสดุตกแต่งไวไฟอย่างเบาะผ้าและพรมปูพื้นหนา หากเกิดเพลิงไหม้และการจ่ายไฟหลักขัดข้อง ความมืดมิดประกอบกับควันไฟที่กดต่ำจะทำให้ทัศนวิสัยเหลือศูนย์ทันที ประกอบกับสภาวะตื่นตระหนกของผู้ใช้นับร้อยที่วิ่งแย่งทางออกหลักที่จำกัด จะนำไปสู่โศกนาฏกรรมการเหยียบกันตาย

3.ยิมและฟิตเนสในอาคาร หรือค่ายมวยในร่ม
ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิต? เนื่องจากต้องรองรับแรงกระแทก ยิมและฟิตเนสส่วนใหญ่จึงปูพื้นหนาด้วย “แผ่นยาง EVA” หรือเบาะยางสังเคราะห์ ซึ่งหากไม่ได้ระบุว่าเป็นวัสดุทนอัคคีภัยพิเศษ ยางเหล่านี้เมื่อติดไฟจะดับยากมากและปล่อยควันดำที่มีกลิ่นฉุนและพิษร้ายแรงออกมาในปริมาณมหาศาล ยิ่งหากยิมนั้นตั้งอยู่ชั้นใต้ดินที่ไร้ทางถ่ายเทอากาศ ควันพิษจะสะสมแน่นหนาและกักลมหายใจของคนที่กำลังเหนื่อยหอบจากการออกกำลังกายทันที

4.ห้างสรรพสินค้าชั้นใต้ดิน และตลาดนัดติดแอร์ใต้ดิน
ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิต? พื้นที่ใต้ดินหรือใต้ตึก ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดปราบเซียนในการดับเพลิง เพราะควันและความร้อนโดยธรรมชาติจะลอยขึ้นสูง แต่เมื่ออยู่ใต้ดิน ควันจะพยายามหาทางออกและลอยม้วนกลับลงมากดต่ำทับพื้นที่ นอกจากนี้ ทางเดินที่แคบจากการตั้งซุ้มขายของ และขยะสารไวไฟที่กองพะเนิน ยิ่งเป็นตัวเร่งให้สะเก็ดไฟลุกลามและปิดกั้นเส้นทางอพยพผู้สูงอายุและเด็ก

3 คาถาเอาชีวิตรอดเมื่อก้าวเข้า “กล่องปิดตาย”

ในวันที่หน่วยงานตรวจสอบยังคงถูกสังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐาน และผู้ประกอบการบางรายยังเน้นประหยัดงบวัสดุ สิ่งที่เราพึ่งพาได้ดีที่สุดคือ “สัญชาตญาณและการเอาตัวรอดของตัวเอง” ท่อง 3 ข้อนี้ให้ขึ้นใจก่อนก้าวเข้าร้านปิดทึบใด ๆ..

-สแกนหาข้อต่อและทางหนีไฟเสมอ
ทันทีที่เข้าไปข้างใน อย่าเพิ่งมองหาความสะดวกสบาย ให้มองหาทางออกทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่ลิฟต์หรือทางเดินหลัก เพราะหากไฟไหม้ ลิฟต์จะตัดการทำงานทันที และทางเดินหลักมักจะถูกเปลวไฟปิดกั้น

-ก้มต่ำหลบตัวควันพิษ
ควันไฟจะลอยขึ้นสูงและสะสมจากเพดานลงมา หากเริ่มเห็นกลุ่มควันดำ ให้รีบก้มตัวต่ำลงใกล้พื้น หรือใช้คลานเข่า เพราะบริเวณใกล้พื้นดินจะมีอากาศบริสุทธิ์หลงเหลืออยู่มากที่สุด และอย่าลืมหาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ (หรือเสื้อผ้าตัวเอง) ปิดปากปิดจมูกไว้

-อย่าหนีเข้าห้องน้ำเด็ดขาด
โศกนาฏกรรมซานติก้าและล่าสุดที่ลาดพร้าว ยืนยันชัดเจน ร่างผู้เสียชีวิตกระจุกตัวในห้องน้ำเป็นสิบราย เพราะห้องน้ำไม่มีทางออกสู่ภายนอก และจะเปลี่ยนสภาพเป็น “ห้องรมควันพิษ” ในเวลาไม่กี่นาที..