สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่าบริษัทฮาแพค-ลอยด์ ผู้ให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์รายใหญ่อันดับ 5 ของโลกจากเยอรมนี ออกแถลงการณ์วิจารณ์ แผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าซึ่งขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ว่าเป็นแนวคิดที่ “ผิดมหันต์โดยสิ้นเชิง” ที่จะมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการสัญจรผ่าน “น่านน้ำสากล”
Trump on Strait of Hormuz: I think in the end, we will end up just controlling the whole thing. pic.twitter.com/WG6evMbMlY
— Acyn (@Acyn) July 13, 2026
แถลงการณ์ของฮาแพค-ลอยด์ ระบุด้วยว่า แม้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมจะมีความสมเหตุสมผลในการนำไปเป็นทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างเช่น คลองปานามา และคลองสุเอซ อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างเดียวกันนี้ไม่สามารถนำมาใช้กับช่องแคบฮอร์มุซได้
BREAKING: Hormuz cargo fee 'would be fundamentally wrong,' says German shipping giant Hapag-Lloyd
— Al Jazeera Breaking News (@AJENews) July 14, 2026
???? LIVE updates: https://t.co/XjzGBeiYtu pic.twitter.com/ccooa6DCDN
ด้านสมาคมเจ้าของเรือแห่งเยอรมนี (วีดีอาร์) ออกแถลงการณ์ มาตรการลักษณะนี้ไม่อาจดำเนินการได้ตามกฎหมาย และจะบ่อนทำลายหลักการเสรีภาพในการเดินเรือผ่านน่านน้ำสากล พร้อมเตือนว่า ในอนาคตอาจเป็นช่องแคบมะละกา หรือช่องแคบระหว่างประเทศแห่งอื่น ซึ่งต้องเผชิญกับความขัดแย้งลักษณะนี้ และเรียกร้องว่า การขนส่งสินค้าทางทะเลเพื่อการพาณิชย์ไม่ควรถูกนำไปเป็นเครื่องมือต่อรองในความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ขณะที่บุคคลในแวดวงอุตสาหกรรมเดินเรือคำนวณในเบื้องต้น ว่าหากมีการเรียกเก็บจริง ค่าธรรมเนียมนั้นอาจมีมูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,004.70 ล้านบาท) สำหรับเรือซูเปอร์แทงเกอร์ หรือเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่บรรทุกน้ำมันเต็มลำ
การคำนวณดังกล่าวอ้างอิงจากราคาน้ำมันปัจจุบัน ที่อยู่ประมาณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,679.20 บาท) และเรือซูเปอร์แทงเกอร์สามารถบรรทุกน้ำมันดิบได้ประมาณ 2 ล้านบาร์เรล.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



