เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่กรมควบคุมโรค นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป นพ.วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา และ นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าวการตรวจพบพยาธิใบไม้ตับ ในจังหวัดมหาสารคาม
นพ.วิชาญ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้รับการประสานจากจังหวัดมหาสารคามเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ให้ร่วมตรวจสอบและประเมินผลการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในกลุ่มนิสิตใหม่ ซึ่งเป็นกิจกรรมการตรวจคัดกรองเชิงรุกของมหาวิทยาลัย โดยได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลาง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม รวมถึงมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 9–10 ก.ค. ทั้งนี้จากการเก็บตัวอย่าง 309 ราย ตรวจวิธี Modified Kato-Katz และ Formalin-Ether/Ethyl Acetate Concentration Technique (FECT) พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 4 ราย พยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก 4 ราย พยาธิตัวตืด 5 ราย พยาธิเส้นด้าย 2 ราย และพยาธิแส้ม้า 1 ราย อย่างไรก็ตามนี่ยังเป็นเพียงผลการดำเนินงานเบื้องต้น และการตรวจยืนยันยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด
นพ.วิชาญ กล่าวว่า ดังนั้น จากการตรวจยืนยัน ยืนยันว่ามีการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่จริง แต่ไม่ได้มีมากเป็นไปตามจำนวนที่ปรากฏเป็นข่าวและปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าเกิดการระบาดของโรคพยาธิใบไม้ตับในมหาวิทยาลัย 2 แห่ง ตามที่เป็นข่าว ซึ่งที่มหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งดำเนินการตรวจนั้นใช้ชุดตรวจคัดกรองแอนติเจน ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น จึงขอความร่วมมือ “ไม่เรียกนักศึกษาที่มีผลตรวจคัดกรองเป็นบวกกว่า 4,000 คนว่าเป็นผู้ติดเชื้อ” แต่ควรใช้คำว่า “ผู้ที่มีผลการตรวจคัดกรองเป็นผลบวก”

ด้าน นพ.ยงเจือ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการตรวจคัดกรองอุจจาระของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ซึ่งในขณะนั้นพบอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสูง 16.2% แต่จากการผลักดันมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ผลการตรวจล่าสุดในปี พ.ศ. 2568 อัตราการติดเชื้อลดมาอยู่ที่ 2.5% อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมของประเทศจะลดลงต่อเนื่อง แต่ยังมีพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญที่มีวัฒนธรรมการบริโภคปลาน้ำจืดดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 20 จังหวัด (เช่น นครพนม ชัยภูมิ สกลนคร มุกดาหาร) และภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด (เช่น พะเยา และแพร่) รวมถึงจังหวัดเพชรบูรณ์และสระแก้ว ซึ่งบางพื้นที่มีสถิติติดเชื้อเริ่มต้นสูงเกือบ 50% แม้ปัจจุบันจะลดลงเหลือเพียงเลขหลักเดียว แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด.



