เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณในการป้องกันน้ำท่วมภาคใต้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ไปสัมมนากันที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ จึงได้สรุปและยื่นเป็นหนังสือเกี่ยวกับมาตรการรองรับเรื่องน้ำท่วมภาคใต้ เพราะประชาชนยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำปีที่แล้ว โดยข้อเสนอมีหลายเรื่อง แต่อยากเน้นย้ำ 2 เรื่องคือ 1.จะเหตุใดก็แล้วแต่ที่อาจจะมีความเข้าใจผิดการสื่อสารการประสานงาน แต่พบว่างบประมาณที่จำเป็นต้องใช้ในการขุดลอกคลอง และซ่อมแซม จัดซื้ออุปกรณ์ ที่เสียหายจากเหตุน้ำท่วมปี 2568 ในปัจจุบัน เทศบาลนครหาดใหญ่ ไม่มีเงินมาจัดการตรงนี้ได้ เพราะเงินสะสมไม่เพียงพอ ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าต้องการงบฯ ราว 270 ล้านบาท ถ้าไม่มีงบฯ ดังกล่าว ก็มีความเสี่ยงในการป้องกัน และดำเนินการ และ 2.ปัจจุบันประชาชน ยังไม่ทราบว่า หากต้องอพยพไปศูนย์พักพิง จะมีระบบเตือนภัยอย่างไร ต้องเดินทางไปที่ใด ต้องทำอย่างไร ทุกภาคส่วนจึงเห็นพ้องกันว่าหากจังหวัดจะเป็นเจ้าภาพในการเริ่มทำสิ่งนี้ ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนั้นอยากให้รัฐบาลดูเรื่องซอฟต์โลน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำด้วย เพราะเอกชนระบุว่า แม้รัฐบาลอนุมัติ แต่บางครั้งธนาคารก็ไม่อนุมัติ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเครดิตบูโร จึงอยากให้ไปดูในส่วนนี้ และการพักชำระหนี้ และพักเงินต้น ซึ่งกำลังจะครบกำหนด สิ่งที่กังวลคือกำลังซื้อจะลดลง จึงเสนอว่าที่หาดใหญ่มีธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ ก็ควรจะมาดูเรื่องสินเชื่อ และอะไรต่างๆ ส่วนในเรื่องของงบกลาง อยากให้ตรวจสอบอย่างรอบด้านก่อนที่จะมีการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ด้าน นายภราดร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้ประชุมคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชน (กอร.) โดยได้พูดคุยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม สำนักงบประมาณ กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยดูโครงการที่นายกฯ ให้โจทย์ไว้ คือพยายามทำให้เสร็จก่อนที่น้ำจะมา โดยเฉพาะโครงการคลอง ร.1 และยังมีโครงการเล็กๆ อีก แต่หลักใหญ่จะอยู่ในกลุ่มชลประทาน ซึ่งไม่เฉพาะหาดใหญ่ ยังรวมถึงจังหวัดใกล้เคียงอื่น ๆ โดยรอบอีก 5 จังหวัด ที่กำลังจะของบกลางในสัปดาห์หน้า คาดว่าน่าจะประมาณ 700-800 ล้านบาท โดยเป็นเงินก้อนใหญ่ หากยังทำไม่เสร็จ อย่างน้อยก็ให้กันน้ำได้ก่อนในจุดที่รั่วซึม แต่ส่วนที่เป็นคลอง เป็นถนน ก็ไปดำเนินการตามสัญญา
นายภราดร กล่าวต่อว่า ขณะที่เรื่องการเตือนภัย ตอนนี้กำลังจะออกคู่มือประชาชน ส่วนข้อเสนอที่ให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพ ในการแจ้งเตือนศูนย์อพยพอย่างเป็นระบบ ตนรับเรื่องไว้ และจะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อเตรียมการในช่วง 3-4 เดือนหลังจากนี้ สำหรับการเยียวยาเรื่องการลงทุนทั้งหลาย ก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะออกซอฟต์โลน ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ก็ดูเรื่องนี้อยู่.



