สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองคาร์ไลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับการป้องกันประเทศและนวัตกรรม ร่วมกับตัวแทนระดับสูงของบริษัทอุตสาหกรรมกลาโหมหลายแห่ง ที่เมืองคาร์ไลล์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ว่าสหรัฐต้องเร่งเพิ่มการผลิตอาวุธและขยายกำลังการผลิต หลังสงครามในยูเครนและความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้คลังอาวุธของสหรัฐร่อยหรอลงมาก


คำกล่าวของทรัมป์สะท้อนถึงการที่รัฐบาลวอชิงตันให้ความสำคัญมากขึ้น กับการเพิ่มกำลังการผลิตด้านกลาโหม หลังความขัดแย้งที่ยืดเยื้อทำให้สหรัฐต้องใช้ขีปนาวุธ ระบบสกัดกั้น และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ จำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยังเผยให้เห็นข้อจำกัดของห่วงโซ่อุปทาน และศักยภาพการผลิตของอุตสาหกรรมกลาโหมสหรัฐ


สำหรับทรัมป์ การขยายกำลังการผลิตด้านกลาโหมเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่กว้างขึ้น เพื่อฟื้นฟูศักยภาพอุตสาหกรรมของสหรัฐ โดยมีการจับตากระทรวงกลาโหมมากขึ้น ว่าเป็นแรงขับเคลื่อนการลงทุนในโรงงาน การผลิตขั้นสูง และการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ


ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐเพิ่งเปิดตัว กองทุนการเงินด้านความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้นักลงทุนสามารถสนับสนุนด้านเงินทุนและสินเชื่อแก่บริษัทที่ช่วยแก้ไขช่องว่างด้านการจัดหาวัตถุดิบสำคัญ เช่น แร่ยุทธศาสตร์ที่จำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS