สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองคาร์ไลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับการป้องกันประเทศและนวัตกรรม ร่วมกับตัวแทนระดับสูงของบริษัทอุตสาหกรรมกลาโหมหลายแห่ง ที่เมืองคาร์ไลล์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ว่าสหรัฐต้องเร่งเพิ่มการผลิตอาวุธและขยายกำลังการผลิต หลังสงครามในยูเครนและความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้คลังอาวุธของสหรัฐร่อยหรอลงมาก
JUST IN: President Trump announces a massive $10 billion investment in Pennsylvania's defense industrial base to bolster national security and bring thousands of manufacturing jobs back to the state.
— Fox News (@FoxNews) July 15, 2026
"This afternoon, we're announcing nearly $10 billion of new investments in our… pic.twitter.com/N1DpQ1fH1I
คำกล่าวของทรัมป์สะท้อนถึงการที่รัฐบาลวอชิงตันให้ความสำคัญมากขึ้น กับการเพิ่มกำลังการผลิตด้านกลาโหม หลังความขัดแย้งที่ยืดเยื้อทำให้สหรัฐต้องใช้ขีปนาวุธ ระบบสกัดกั้น และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ จำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยังเผยให้เห็นข้อจำกัดของห่วงโซ่อุปทาน และศักยภาพการผลิตของอุตสาหกรรมกลาโหมสหรัฐ
สำหรับทรัมป์ การขยายกำลังการผลิตด้านกลาโหมเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่กว้างขึ้น เพื่อฟื้นฟูศักยภาพอุตสาหกรรมของสหรัฐ โดยมีการจับตากระทรวงกลาโหมมากขึ้น ว่าเป็นแรงขับเคลื่อนการลงทุนในโรงงาน การผลิตขั้นสูง และการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐเพิ่งเปิดตัว กองทุนการเงินด้านความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้นักลงทุนสามารถสนับสนุนด้านเงินทุนและสินเชื่อแก่บริษัทที่ช่วยแก้ไขช่องว่างด้านการจัดหาวัตถุดิบสำคัญ เช่น แร่ยุทธศาสตร์ที่จำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



