เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 16 ก.ค. 2569 ณ กองบัญชาการกองทัพไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตรวจเยี่ยมกองทัพไทย ถึงรายละเอียดการหารือและข้อสั่งการต่อผู้บัญชาการเหล่าทัพ

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับแผนการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตย ตลอดจนแผนงานของกองทัพที่เป็นกลไกสนับสนุนรัฐบาลในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน รวมถึงการเตรียมความพร้อมของทุกเหล่าทัพอย่างเต็มพิกัด ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลและกองทัพร่วมมือกันมาโดยตลอด จึงขอให้พี่น้องประชาชนวางใจและเชื่อมั่นในความสามารถ ศักยภาพ และแสนยานุภาพของกองทัพไทย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีแผนจะอนุมัติเงินงบกลางเพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันหนักแน่นว่า

“จะใช้งบประมาณส่วนไหนก็แล้วแต่ ถ้าเป็นเรื่องของชีวิตคนไทย อธิปไตย และผืนแผ่นดินไทย จะต้องมีความปลอดภัยสูงสุด”

ส่วนความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรั้วกั้นแนวชายแดนนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในวันนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องของระเบียบปฏิบัติประจำ (รปจ.) ของทางกองทัพอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องที่น่าตื่นตระหนกแต่อย่างใด และสำหรับการตรวจเยี่ยมเหล่าทัพอื่นๆ หลังจากนี้ ความจริงแล้วตนและผู้นำเหล่าทัพมีการพบปะกันเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งครั้งนี้ทางผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้ให้เกียรติเชิญตนมารับฟังข้อมูลอัปเดตด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามเจาะลึกถึงข้อสังเกตทางการเมืองว่า การเดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพในครั้งนี้ ดูเหมือนนายกรัฐมนตรีจะพยายามขยับเข้าหาและใกล้ชิดกับกองทัพมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเสถียรภาพของตนเองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “คำว่าใกล้ชิดกองทัพแปลว่าอะไร รัฐบาลกับกองทัพเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว กองทัพก็คือส่วนหนึ่งของรัฐบาล ไม่มีการขยับเข้าหรือขยับออก รัฐบาลมีหน้าที่ขับเคลื่อนทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข การศึกษา และความมั่นคง ซึ่งความมั่นคงก็เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว”

เมื่อถามถึงประเด็นการให้อิสระกับกองทัพในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าให้อิสระ เพราะทุกคนต่างมีเป้าหมายและเจตนารมณ์เดียวกัน หลักการสำคัญคืออธิปไตยของชาติที่ต้องปกป้องรักษาสุดความสามารถ แผ่นดินไทยแม้เพียง 1 ตารางนิ้วก็เอาไปไม่ได้ และความปลอดภัยของประชาชนคือเป้าหมายสูงสุด ใครจะมาทำให้คนไทยได้รับความเดือดร้อนจากต่างชาติไม่ได้เด็ดขาด