นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการฯ ว่า คนจนรอบใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบ 9.5 ล้านราย แยกเป็นคนจนเก่า 7.2 ล้านคน และมีคนจนใหม่เข้ามา 2.3 ล้านคน ซึ่งอยากเน้นว่าการคัดกรองเพื่อค้นหาคนที่จนที่สุดจริงๆ และคนจนใหม่ที่ได้เข้ามา มีความยากจนและชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากกว่าคนจนเดิมที่หลุดออกไป ขอให้มั่นใจว่าการคัดกรองรอบนี้โปร่งใส และสามารถลดคำครหาในอดีตที่ว่าบ้านนี้ ครอบครัวนี้ไม่จน ทำไมได้บัตรสวัสดิการกันทั้งบ้าน
ส่วนผู้ที่ไม่ได้บัตรสวัสดิการ วันนี้รัฐบาลเจอตัวทุกคนหมดแล้ว จะได้จัดสวัสดิการดูแลที่เหมาะสม ลดหลั่นกันไป เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จปฐ. ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขอให้เป็นเครื่องมือที่รัฐบาลจะดูแลกลุ่มคนที่จนที่สุดก่อน
สำหรับความแม่นยำของการคัดกรองขึ้นอยู่กับความเป็นปัจจุบันของฐานข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ยอมรับว่าข้อมูลขนาดใหญ่ระดับ 18.8 ล้านคน มีความเป็นไปได้ที่จะผิดพลาด คลาดเคลื่อนบ้าง แต่อีกมุมหนึ่งจะเป็นโอกาสดี ที่ประชาชนเจ้าของข้อมูลได้ทราบว่ามีการนำชื่อของใครไปใช้ในทางมิชอบโดยที่เจ้าตัวไม่ทราบหรือไม่ เช่น ไปจดทะเบียนบริษัทนอมินี ไปถือครองทรัพย์สินประเภทที่ดิน รถยนต์ หรือเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งมีโอกาสนำไปใช้เป็นบัญชีม้าได้
อย่างไรก็ตาม หากผลการคัดกรองออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริง กระบวนการทบทวนสิทธิจะเข้ามาดูแลทุกคน โดยขอให้ตรวจสอบ ปรับปรุงข้อมูลที่ไม่ตรงให้เป็นปัจจุบันกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูล หลังจากตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ทุกคนจะได้รับบัตรสวัสดิการคืน โดยเริ่มใช้ได้ในเดือนตุลาคมเป็นต้นไป



