เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่บริเวณลานตะเคียนหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช (หลังเก่า) กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ปากพนัง อ.เมือง และ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 150 คน นำโดยนายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มารวมตัว ยื่นหนังสือถึงนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนกรณีได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มนายทุน นักการเมืองท้องถิ่น ที่ใช้ไม้ไผ่ปักปันพื้นที่ในทะเลเลี้ยงหอยแครง บริเวณตั้งแต่อ่าวปากพนัง-แหลมตะลุมพุก อ่าวปากนคร-อ่าวปากพญา อ.เมือง อ่าวปากพยิง-ในถุ้ง อ.ท่าศาลา รวมนับพันไร่
เจ้าของคอกหอยขอความเป็นธรรม ให้หนุ่มมือยิงขู่ชาวประมง
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 19-20 ธ.ค. ยังได้ปักปันพื้นที่ปลายแหลมตะลุมพุก อีกนับพันไร่เพื่อเลี้ยงหอยแครง ห้ามชาวประมงล่วงล้ำเข้าไปทำประมงอย่างเด็ดขาด ทำให้พื้นที่ทำประมงลดน้อยลง และเกิดอุบัติเหตุเรือหางยาวชนไม้ปักเสียหาย อย่างต่อเนื่อง โดยมี ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ป้องกันจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้อำนวยการ ศรชล. และประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางมาพบกลุ่มชาวประมง พร้อมรับเรื่องร้องเรียนนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พิจารณาดำเนินการสั่งการตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการต่อไป

อย่างไรก็ตามก่อนการรับเรื่องร้องเรียนนายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช พยายามชี้แจงว่าการดำเนินการปักไม้ไผ่แบ่งปันพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นการทำบ้านปลาตามโครงการของประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายมาโนช เองก็เคยทำบ้านปลาโดยใช้ไม้ไผ่ปักในทะเลเช่นกัน จึงเกิดการโต้เถียงกันนายมาโนช อย่างรุนแรง ขณะที่กลุ่มชาวประมงพากันโห่ร้องขับไล่ประมงจังหวัดเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณ ทางป้องกันจังหวัดและผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ต้องห้ามปราม ขอร้องให้ทุกคนอยู่ในความสงบ และยื่นหนังสือร้องเรียนต่อไป

นายมาโนช ยืนยันว่าการปักไม้ไผ่แบ่งปันดังกล่าวไม่ใช่บ้านปลาตามที่ประมงจังหวัดอ้าง แต่เป็นการปักปันฮุบพื้นที่ในทะเลของกลุ่มนายทุน และนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อเลี้ยงหอยแครงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองหรือกลุ่มตัวเองเท่านั้น ส่วนการปักไม้ไผ่ทำบ้านปลาของสมาคมประมง ตามที่ประมงจังหวัดระบุนั้น เป็นการทำบ้านปลา ตามหลักวิชาการในโครงการของกรมทรัพยากรชายฝั่งที่อนุญาตให้สมาคมประมงปากพนังดำเนินการนั้น เป็นการทำบ้านปลาจริงๆ และเป็นผลประโยชน์ของชาวประมงทุกคนทุกกลุ่ม ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติสองมาตรฐานแบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่เสมอภาค สร้างความแตกแยกให้กับกลุ่มชาวประมงในจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน



