จากกรณีปมรักสามเส้าวงการข้าราชการท้องถิ่น หลังจาก “คุณเบญ” เมียหลวง เจ้าหน้าที่ในองค์กรแห่งหนึ่ง ได้ว่าจ้าง “บอย นักสืบ” จนสามารถจับโป๊ะสามี ซึ่งมีตำแหน่งระดับ ผอ. แอบไปมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตำแหน่งถึง “รองปลัด” โดยอาศัยอำนาจหน้าที่สั่งการสามี และพากันไปทำกิจกรรมสวาทกันข้างศาลพระภูมิ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เปิดใจเมียหลวง ลั่นมี ‘ศาลพระภูมิ’ เป็นพยาน ฟ้องชู้ไม่ถอย แฉใช้อำนาจข่ม-สั่งสามี

จากดมกางเกงในจับชู้! ‘บอย นักสืบ’ เปิดคดีแซ่บใหม่ ‘ศาลพระภูมิ’ เป็นพยาน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 69 “บอย นักสืบ“ ได้เปิดหลักฐานชิ้นใหม่ ซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้ารถที่บันทึกเหตุการณ์อีกวันหนึ่ง ในคืนวันที่ 24 มิ.ย. 69 เวลา 22.42 น. โดยหลักฐานชิ้นนี้เผยให้เห็นนาทีที่รถตู้คันเกิดเหตุจอดอยู่ในที่มืด ใกล้ศาลพระภูมิ และตัวรถเริ่มมีอาการสั่นไหวและขยับเคลื่อนตัวไปมาตามจังหวะอย่างรุนแรง ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงที่ สามีคุณเบญ และ รองปลัดสาวชู้รัก กำลังปฏิบัติการแอบแซ่บกันอยู่ภายในรถตู้ โดยในคลิปหลักฐานยังได้ยินเสียงทีมนักสืบที่เฝ้าสังเกตการณ์อุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า “รถโยกอีกแล้ว ๆ ๆ”

นอกจากภาพวงจรปิดที่เห็นรถสั่นโยกเยกชัดเจนแล้ว “นักสืบบอย” ยังได้เผยหลักฐานหมัดเด็ดชิ้นสำคัญอีกหนึ่งชิ้น ที่เก็บไว้เป็นหลักฐานในชั้นศาล คือ “เครื่องบันทึกเสียง” ที่ คุณเบญ นำไปแอบซ่อนไว้ในรถตู้ของสามีด้วยตัวเอง ซึ่งเครื่องอัดเสียงดังกล่าวสามารถบันทึกพยานหลักฐานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งเสียงการสนทนาโต้ตอบอย่างลึกซึ้ง และเสียงการร่วมทำกิจกรรมบนรถตู้ระหว่าง ผอ.สามี กับ รองปลัดสาว

ขณะที่ คุณเบญ ภรรยาหลวง ได้เปิดเผยถึงประเด็นสุดลี้ลับชวนขนลุก โดยเชื่อว่า เหตุผลที่สามีและรองปลัดสาวต้องนัดกันขับรถตู้แอบมาทำกิจกรรมกันที่บริเวณ “ข้างศาลพระภูมิ” แทบจะทุกวันนั้น จากการสืบเสาะและข้อมูลน่าเชื่อว่า ทางฝั่งรองปลัดสาวน่าจะมีการ “ทำของมนต์ดำ” หรือทำคุณไสยใส่ตัวสามีของเธอ เพื่อให้สามีเกิดความลุ่มหลงจนยอมทำตามคำสั่งทุกอย่าง

สำหรับขั้นตอนทางกฎหมายและวินัยข้าราชการ หลังจากได้หลักฐานครบทั้งคลิปแอบแซ่บข้างศาลพระภูมิ, คลิปกล้องหน้ารถตอนรถตู้โยก และไฟล์เสียงลับในรถ ขณะนี้ คุณเบญ ภรรยาหลวง เตรียมส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้ ทีม “ทนายหงส์”เพื่อดำเนินการฟ้องชู้เรียกค่าเสียหายอย่างเป็นทางการ รวมทั้งยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำของข้าราชการทั้งสองในทางวินัย

สำหรับบทลงโทษทางวินัยของข้าราชการ หากมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจนพบว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงจากพฤติการณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ฉันชู้สาว การลงโทษจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและกฎหมายที่ใช้บังคับในแต่ละกรณี โดยโทษทางวินัยมีตั้งแต่ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก และไล่ออกจากราชการ ซึ่งกรณีไล่ออกเป็นโทษสูงสุดและมีผลต่อสิทธิประโยชน์ด้านบำเหน็จบำนาญตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ การลงโทษจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการสอบสวนและวินิจฉัยตามกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว.