สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่า รัฐบาลโคลัมโบดำเนินความพยายามในหลายด้าน ตั้งแต่การใช้โดรนของกองทัพอากาศศรีลังกา ติดตามแอ่งน้ำขังบนหลังคา หลังเกิดฝนมรสุม ไปจนถึงความช่วยเหลือจากทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการตรวจสอบบ้านเรือน พื้นที่ก่อสร้าง และโรงเรียน ในแคมเปญกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
นับตั้งแต่การระบาดของโรคไข้เลือดออกเริ่มต้นเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ศรีลังกามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 ราย และผู้ติดเชื้อประมาณ 76,044 คน โดยจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และใกล้ถึงจำนวนมากกว่า 100,000 คน เหมือนกับการระบาดในปี 2560
“มันเป็นความท้าทายสำหรับแพทย์ เพราะจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” นางลาลินดรา ดิอาส ที่ปรึกษาในเมืองเนกอมโบ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด และอยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบไปทางเหนือประมาณ 35 กิโลเมตร
Sri Lanka's public health services and hospitals are battling the worst outbreak of mosquito-borne dengue in nearly a decade, and turning to the island nation's armed forces to help curb the spread of the disease. https://t.co/uN11aiIYG9 https://t.co/uN11aiIYG9
— Reuters Health (@Reuters_Health) July 21, 2026
ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขของศรีลังกา กล่าวว่า โรงพยาบาลหลายแห่งเร่งเพิ่มเตียง ปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วย และเพิ่มชั่วโมงการทำงานของแพทย์และพยาบาล ในการรับมือและรักษาผู้ป่วยมากกว่า 18,000 คน ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือน ก.ค.
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รัฐบาลศรีลังกามุ่งเป้าไปยังการดำเนินการในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยทำการสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่บ้านเรือน ไปจนถึงสถานที่ทางศาสนา เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขศรีลังการะบุว่า ทางการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงเกือบ 11,000 แห่งในเดือนนี้ และปรับเงินอาคารสถานที่มากกว่า 4,000 แห่ง ที่พบว่ามีแหล่งเพาะพันธุ์ยุง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



