สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ เรียกเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลาเข้าพบ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังกระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำกรุงปักกิ่งเข้าพบเช่นกัน ท่ามกลางการกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าเป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดความตึงเครียดในทะเลจีนใต้


การที่ทั้งสองฝ่ายเรียกเอกอัครราชทูตเข้าพบเกิดขึ้น หลังจีนและฟิลิปปินส์กล่าวหาอีกฝ่ายเกี่ยวกับเหตุเผชิญหน้าบริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สองในทะเลจีนใต้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ กองกำลังรักษาชายฝั่งจีน (ซีซีจี) ระบุว่า เรือยาง 2 ลำ ซึ่งส่งมาจากเรือรบ บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร ของฟิลิปปินส์ ซึ่งเกยตื้นอยู่บริเวณแนวปะการัง พุ่งชนเรือตรวจการณ์ของจีน และเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ยังใช้ไม้พายและไม้ยาวทำร้ายเจ้าหน้าที่ของจีน


กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุในแถลงการณ์ว่า “ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ก่อน แต่กลับกล่าวหาอีกฝ่าย บิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างกระแสโจมตีจีน” ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ว่า ทหารเรือนายหนึ่งถูกกระแทกศีรษะได้รับบาดเจ็บ


แม้ความตึงเครียดระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ในเรื่องทะเลจีนใต้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การที่ต่างฝ่ายต่างเรียกเอกอัครราชทูตเข้าพบถือเป็นมาตรการทางการทูตที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก


การเรียกตัวครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่รัฐบาลจีนเรียกเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์เข้าพบ นับตั้งแต่มาร์กอสเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ต่อจากกรณีเมื่อเดือน ม.ค. 2567 หลังมาร์กอสแสดงความยินดีกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน และเมื่อเดือน พ.ย. 2567 จากการที่ฟิลิปปินส์ประกาศใช้กฎหมายเขตทางทะเลและกฎหมายเส้นทางเดินเรือหมู่เกาะ


ส่วนครั้งล่าสุดที่ผู้นำฟิลิปปินส์เอกอัครราชทูตจีนเข้าพบ เกิดขึ้นเมื่อปี 2566 หลังเรือของกองกำลังยามฝั่งจีนใช้เลเซอร์ระดับทางทหารส่องใส่เรือของเจ้าหน้าที่ยามฝั่งฟิลิปปินส์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS