ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  รองนายกรัฐมนตรีและรมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่าได้สั่งการเร่งด่วนให้ระบายสต๊อกนมกว่า 1.9 ล้านหีบที่ใกล้หมดอายุ ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)พร้อมวางมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และจะเร่งดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้เกษตรกรได้รับเงินค่านมโดยเร็วที่สุด

ระยะแรก รัฐบาลเร่งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อรับซื้อนมล็อตแรก โดยหารือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แล้ว ทั้ง 2 หน่วยงานยินดีเข้ามาช่วยรับซื้อ พร้อมจัดสรรงบประมาณตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขยายเพดานการรับซื้อนมโรงเรียนเพื่อช่วยระบายผลผลิตเพิ่มเติม ขณะเดียวกันรัฐบาลยังนำเงินกู้จากกองทุนเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรในเบื้องต้น

“เราพยายามแก้ปัญหาล็อตนี้ให้ได้ เพื่อให้เกษตรกรเดือดร้อนน้อยที่สุด  ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ โดยจะศึกษาปัญหาเชิงลึกตั้งแต่กระบวนการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการระบายสินค้าว่าทำไม่ระบายสินค้าไม่ได้ และจะต้องหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำอีกในอนาคต“

ทั้งนี้ในอนาคต อาจมีการส่งเสริมพื้นที่เลี้ยงโคนมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสร้างความต้องการของตลาดและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน หากในอนาคตมีความจำเป็นต้องจัดตั้งโรงงานแปรรูปนมระดับชุมชนเพื่อรองรับผลผลิตของเกษตรกร รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเป็นแนวทางสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมโคนมไทยในระยะยาว

นายยศชนัน กล่าวว่า ในต่างประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ เคยประสบปัญหานมล้นตลาดขายไม่ออกมาเช่นกัน แต่เมื่อมีการนำเรื่องของการแปรรูปเข้ามาก็สามารถแก้ปัญหาได้  นมนอกเหนือจากการบริโภคยังสามารถทำได้หลายอย่าง อาทิผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอาง เป็นหนึ่งในแผนผลักดันการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่วนเรื่องผลประกอบการของ อ.ส.ค. ที่มีตัวเลขขาดทุนสะสมสูงถึง 4,500 ล้านบาท  เตรียมนำ แผนฟื้นฟูกิจการ โดยใช้บ โมเดลการฟื้นฟูของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้ามาปรับโครงสร้างทั้งระบบ