เมื่อวันที่ 22 ก.ค. เวลา 12.50 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า จุดที่ทุกฝ่ายยอมรับตรงกันแล้วคือการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านไม่ตรงกับความเป็นจริง นั่นหมายความว่า มีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำให้คนที่สอบไม่ผ่าน  การทุจริตในเรื่องนี้มองได้ 3 ฉากทัศน์ 1. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นคนทุจริตเอง  2. มศว ทุจริตเอง และ 3. ร่วมกันทุจริต ซึ่งทั้งหมดนี้มีความเป็นไปได้ โดยแต่ละส่วนมีผู้บริหารระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง

มองว่า ทั้ง สถ. และ มศว ต่างก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม TOR อย่างครบถ้วนทั้งหมด เช่น ทาง มศว แบ๊กอัพข้อมูลไว้ ทั้งที่ TOR ไม่ได้กำหนดให้ต้องทำ แต่ มศว อ้างว่าการแบ๊กอัพข้อมูลนั้นเป็นมาตรฐานที่สูงกว่า ซึ่ง สถ.ก็รับรู้ รับทราบ ส่วนการประกาศรายชื่อที่ต้องมีการลงตราแสตมป์ นั้นพบว่า สถ.ได้ขอให้ มศว เป็นผู้ลงตราประทับ ตามที่มีการปรากฏออกมา ถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญของการประกาศข้อมูลเท็จ ที่ สถ.เป็นผู้ขอ และ มศว เป็นผู้แสตมป์ ตกลงแล้ว มศว ทุจริตอย่างเดียว หรือ สถ.ทุจริตอย่างเดียว หรือร่วมกันทุจริต เมื่อดูแก่นกลางของเรื่อง จะมีคนเกี่ยวข้อง มศว บอกว่าในการพิจารณาเพื่อเอารายชื่อไปประกาศสาธารณชนนั้น คือ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดี สถ. เวลานั้นจะดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ของตัวเอง นี่คืออีก 1 คน ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ประการต่อมาคือการรับมอบแฟลชไดร์ฟตามกระบวนการที่ทำกันมาของแต่ละหน่วยงาน ปกติ ประธานหน่วยงานไปรับ หรือนายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ต้องไปเอง แต่กลับขอให้ มศว นำมาส่งที่กรุงเทพฯ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีอำนาจหน้าที่ในการนำรายชื่อไปประกาศ  เราทราบกันแล้วว่ามี 5 รายชื่อที่มีความเกี่ยวข้อง และมีการตั้งกรรมการสอบวินัย แต่ยังไม่มีการแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษใดๆ เลย ขณะที่ความคืบหน้าจากทางตำรวจพบว่ามี 3 รายชื่อเท่านั้น ยังไม่มีการออกหมายเรียกอธิบดี สถ. กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในฝั่งของกระทรวงมหาดไทย มีเพียงการออกหมายเรียกฝั่ง มศว และบริษัทผู้พิมพ์เอกสาร

ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสแกนกระดาษคำตอบทั้ง 5,900 คน ที่มีรายชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 11 คน เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่มีการออกหมายเรียก หมายจับ รวมถึงการยึด อายัดทรัพย์สินก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่า ได้รับแจ้งแค่การตรวจสอบทรัพย์สิน แต่เนื่องจากเรื่องนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีอาญาใดๆ ทาง ปปง.จึงยังไม่มีข้อมูลมาตอบข้อซักถามของ กมธ.

เมื่อถามว่า กมธ. จะดำเนินการอย่างไรต่อ เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องไม่มาชี้แจง แต่ส่งคนไม่เกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวข้องปลายๆ มาชี้แจงแทน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ส่วนที่สำคัญที่สุดคือ คดีนี้จะจบที่การฮั้วกันหรือไม่ จบที่ตัดตอนหรือไม่ สิ่งที่น่าสงสัยที่สุด คือทำไมคนของฝั่งกระทรวงมหาดไทยในทางคดีถึงดำเนินการได้ช้า ก้าวหน้าสุดคือออกหมายเรียกทาง มศว และตั้งกรรมการสอบ 5 รายชื่อ ถามว่าจะไม่สอบวินัยเลยหรือ 

สิ่งที่ยังขาดหายไป คือการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ แล้วการดำเนินการของ ป.ป.ช. ยังไม่สามารถสอบข้อเท็จจริงไปถึงได้ว่า ใครเป็นผู้เอาข้อมูลนี้เพื่อนำไปสู่การแก้ไขข้อสอบ แต่ ป.ป.ช.รับปากเอาข้อมูลแฟลชไดร์ฟไปตรวจสอบเทียบกับกระดาษว่าผิดหรือถูก และมีเพียง 5,900 รายชื่อหรือไม่ ยอมรับว่า เราทำงานเรื่องนี้ด้วยความยากลำบากในหลาย กมธ.ที่ตรวจสอบเรื่องนี้ แต่เราพยายามทำให้ดีที่สุด  

ต้นเดือน ส.ค. จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ต่อให้สิ้นสงสัย โดยเฉพาะเรื่องการยึดทรัพย์ ในส่วน 3 รายชื่อ ซึ่ง ปปง.ชัดเจนว่ามีการแจ้งทั้ง อั้งยี่ ซ่องโจร ปลอมแปลงเอกสารราชการ รวมกันประมาณ 6 ข้อหา หากไม่มีการขยายผลถึง 11 คน และผู้บริหารระดับสูงของราชการ และมหาวิทยาลัย คิดว่าคงไม่ได้นำไปสู่การจัดการเรื่องนี้ คำถามคือ หลายองค์กรอยู่ใต้การกำกับของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ทั้ง ปปง. ตำรวจ และ สถ. ทุกหน่วยงานกลับคุยกันไม่รู้เรื่อง ดังนั้นไม่รู้ว่าตกลงใครต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้.