เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังคงมีประชาชนที่พลาดสิทธิเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 เดินทางมายัง ขบ. และสำนักงานจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเข้ามาตรวจสอบกรรมสิทธิ์รถทุกประเภท เพื่อขอรับสิทธิอุทธรณ์ โดยข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 17-23 ก.ค. 2569 พบว่า มีผู้ยื่นคำร้องฯ ประมาณ 101,838 คน ครอบคลุมยานพาหนะรวม 159,425 คัน แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ 135,259 คัน รถยนต์ 23,581 คัน และรถประเภทอื่นๆ 585 คัน

นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ประชาชนมายื่นตรวจสอบมากที่สุดคือ กรณีอายุรถเกินเกณฑ์ที่กำหนด รองลงมา รถสิ้นสภาพการใช้งาน, รถสูญหาย, รถที่มีการขายโอนลอยไปแล้ว, รถถูกยึด และกรณีแอบอ้างชื่อนำไปซื้อรถ โดย ขบ. จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูล และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพิจารณาสิทธิเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม ในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มให้สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม สำหรับประชาชนที่ยังค้างชำระภาษีรถจากเหตุจำเป็น อาทิ รถไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ยังไม่จำเป็นต้องชำระภาษีรถก่อน สามารถยื่นคำอุทธรณ์ และให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ใช้ประกอบการพิจารณาสิทธิในการอุทธรณ์ได้ เพื่อไม่ให้ภาระด้านภาษีกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิทธิของประชาชน

อย่างไรก็ตามต้องขออภัยประชาชนทุกคน หากการให้บริการมีข้อบกพร่อง หรือเกิดความล่าช้าไปบ้าง เพราะมีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดย ขบ. จะพยายามดูแล และเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างเต็มที่ ซึ่งได้กำชับและสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ทุกแห่งว่า ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินการตรวจสอบสิทธิ หรือดำเนินการเกี่ยวกับการอุทธรณ์โดยเด็ดขาด หากพบการเรียกเก็บเงินจากประชาชน จะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

นายสรพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับจังหวัดที่มีประชาชนยื่นคำร้องฯ มากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.นครราชสีมา 11,800 คำร้อง 2.บุรีรัมย์ 5,200 คำร้อง 3.ศรีสะเกษ 5,000 คำร้อง 4.สงขลา 4,700 คำร้อง 5.กรุงเทพฯ 4,500 คำร้อง 6.ลพบุรี 4,000 คำร้อง 7.น่าน 3,900 คำร้อง 8.เชียงใหม่ และตรัง แห่งละ 3,800 คำร้อง และ 10.พิจิตร 3,600 คำร้อง.



