น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในการเสวนา หัวข้อ “AI กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” จัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและสำนักข่าวบางกอกทูเดย์ โดยระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถช่วยเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยในระยะยาวได้ หากมีการนำไปต่อยอดเพื่อยกระดับผลิตภาพ (productivity) ของภาคเศรษฐกิจ
ขณะที่การลงทุนด้าน AI ของภาคธุรกิจจะเกิดความคุ้มค่าเมื่อสามารถตอบโจทย์การใช้งานและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้จริง ทั้งในด้านการลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ตลอดจนยกระดับกระบวนการผลิตและการให้บริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การใช้ประโยชน์จาก AI ให้เกิดผลกับเศรษฐกิจในวงกว้าง จำเป็นต้องคำนึงถึงความพร้อมที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ หรือ Adaptation Gap เพราะบางองค์กรสามารถปรับตัวและนำ AI มาใช้ได้รวดเร็ว ขณะที่บางองค์กรยังมีข้อจำกัด โดยบางองค์กรสามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ธุรกิจอีกจำนวนหนึ่งยังมีข้อจำกัดทั้งด้านต้นทุน ความรู้ ทักษะบุคลากร และความพร้อมด้านเทคโนโลยี
น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงอยู่ที่การลดช่องว่างของการเข้าถึง AI และสนับสนุนให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังมีข้อจำกัด สามารถเข้าถึงและปรับใช้ AI ได้มากขึ้น เพื่อให้เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะกับองค์กรขนาดใหญ่ แต่สามารถกระจายโอกาสไปยังธุรกิจในวงกว้าง
“หากประเทศไทยสามารถส่งเสริมการใช้ AI ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและเพิ่มความพร้อมของภาคธุรกิจได้อย่างเหมาะสม AI จะไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพของแต่ละองค์กร แต่ยังสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพ ยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้”



